อาข่าเป็นชนเผ่าที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องของการล่าสัตว์ เพื่อนำมาประกอบเป็นอาหาร ซึ่งนอกจากการล่าสัตว์แล้วยังมีการทำกับดัก เพื่อให้ สัตว์ มาติดกับ การทำกับดักสัตว์ของอาข่า โดยส่วนมากจะทำในช่วงระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนธันวาคม กับดักที่อาข่านิยมทำกันมีดังนี้
1. ที่ดักนก (หล่อท้องเออ , ส่าโตท้องเออ)
     การดักนกเป็นวิถีชีวิตของอาข่าที่นิยมใชกันมาก เพื่อมาประกอบเป็นอาหาร โดยใช้ดักแด้ (อ่าโหบ๊ะ) และแมลงเม่า (อ่าอี่) เป็นเหยื่อล่อให้นกทุกชนิดมาติดกับดัก โดยจะนำแมลงมาติดไว้กับตัวกับดัก และให้แมลงดิ้น เมื่อนกเห็นแมลงดิ้น ก็จะบินเข้ามาเพื่อจะมากินแมลงก็จะทำให้ติดกับดัก ดิ้นออกไม่ได้ และจะตายในที่สุด การดักโดยใช้หนอนไม้ไผ่ จะดักทิ้งเอาไว้ได้นานหลายวัน ต่างกับการดักโดยใช้แมลงเม่า ไม่สามารถดักทิ้งไว้ได้หลายวัน เพราะตอนกลางคืน อาข่าเชื่อว่าผีจะไปติดกับดักเพราะกลางคืนของเราเป็นกลางวันของผี ผีจึงออกทำมาหากิน อาข่าจึงเกรงกลัวและเป็นความเชื่อว่า ที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ
2. แร้ว (เลาะจูท่องเออ – อาข่า, แฮ่ว – คำเมือง)
     สามารถดักได้ทุกช่วงเวลา แต่ก่อนที่จะเริ่มทำกับดักชนิดนี้ ต้องมีการนับวันฤกษ์ของตนเองว่าวันไหนทำได้บ้าง อาข่าเรียกว่า “ นองหมื่อ ” และไม่ทำกับดักในวันเกิดของตนเอง เช่น วันเสือ วันแกะ ฯลฯ เพราะอาข่าเชื่อว่าถ้าทำกับดักในวันเกิดของตน วิญญาณจะนั่งเฝ้าอยู่ที่นั่น นกหรือไก่ป่า จะไม่กล้าเข้ามาติดกับดัก เลาะจูจะมีทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก แล้วแต่ว่าจะนำไปใช้ดักกับนกชนิดใด การทำกับดัก โดยใช้เลาะจู จะใช้ดักเฉพาะสัตว์ปีกที่หากินตามพื้นดินเท่านั้น เช่น ไก่ป่า เป็นต้น ส่วนวิธีการดัก ก็ไม่ยาก โดยก่อนที่จะทำกับดัก ต้องไปดายหญ้าไปเป็นแถว แล้วเอาหญ้าที่ดายมาปิดข้างๆ ทั้งสองฝั่ง แต่ต้องเว้นที่ไว้สำหรับจะวางกับดัก เว้นช่องกับดัก และยังเป็นช่องทางเปิดให้สัตว์เดินไปยังกับดัก ส่วนตัวเลาะจูจะทำมาจากไม้ ไผ่ที่เหลาไว้เรียบร้อยแล้ว จะมีลักษณะโค้งเหมือนตัว p แล้วเอาเชือก หรือเถาวัลย์ มาคล้องเป็นวงกลม และจะมีไม้ที่ต้องใช้คู่กับตัวเลาะจู เป็นไม้เล็ก ยาวประมาณ 1 เมตร และจะเอาไม้เสียบกับพื้นให้แน่น แล้วมัดตัวเลาะจู ตรงปลายของไม้ จากนั้นก็งอไม้ให้โค้งลงมายังพื้นดิน และก็ทำตะขอ ร็อกเอาไว้ และทำห่วงให้มีขนาดพอที่หัวนก จะเข้าไปได้ ห่วงจะอยู่ในระดับเดียวกันกับหัว เวลานกเดินมา หัวก็จะไปคล้องกับห่วงที่ทำไว้ และนกก็จะเดินไปเรื่อยๆ โดยคิดจะให้หลุด ออกจากห่วงแต่หารู้ไม่ว่า เมื่อตะขอที่ล็อคไว้หลุด ไม้ที่ปักไว้จะเด้งขึ้นหัวก็จะติดไปกับห่วง และจะติดอยู่กลางอากาศกับไม้นั้น
3. ยาตุ่มเดอเออ
     ยาตุ่มเป็นกับดักที่ใช้ดักสำหรับตุ่น (โอผี่) หรือสัตว์ที่ชอบหากินตามกอไผ่ เพราะยาตุ่มจะนิยมทำไว้บริเวณกอไผ่ ที่คิดว่าเป็นที่หากินของสัตว์ต่างๆ โดยจะใช้ท่อนไม้ที่มีขนาดใหญ่พอสมควรมาดักไว้ วิธีการดักก็จะเป็นแบบยกปลายไม้ให้สูงขึ้น แล้วล็อคไว้ข้างบน และข้างล่างจะมีการทำเป็นร่องและเอากระดูกของสัตว์เป็นเหยื่อ มาวางไว้ข้างในที่เป็นร่องๆ เวลาสัตว์มาก็จะเห็นกระดูก แล้วจะเข้ามากินกระดูกจนเหยียบกับดัก ไม้ท่อนใหญ่ก็จะตกลงมาทับสัตว์ตัวนั้นก็จะทำให้สัตว์ตาย ในการทำกับดักประเภทยาตุ่มเดอเออ ต้องนับวันฤกษ์เหมือนกัน เอาวันที่ดีของครอบครัว วันดีในที่นี้คือ ไม่ใช่วันเกิดของคนทำ แต่เป็นวันเกิดของคนในครอบครัว ส่วนวันที่มีคนตายถือว่าเป็นวันที่ไม่ดี เช่นตายโหง (คือไม่ได้ตายโดยธรรมชาติ) อาข่าจะไม่นิยมทำอะไรในวันนั้นๆ และก่อนที่จะทำกับดัก (คือวันที่ขุดดิน, ลงเสา ฯ) จะต้องไม่ร่วมประเวณีกับภรรยาของตน เพราะจะทำให้ไม่ศักดิ์สิทธิ์
การทำกับดัก โดยใช้ยาตุ่มนิยมทำกันหลังจากการเพาะปลูกข้าวจนถึงประเพณีปีใหม่ (คาท้องอาเผ่ว) หลังจากปีใหม่ก็จะไปเก็บกลับมา ในช่วงก่อนปีใหม่ ใครก็ตามถ้าไปทำกับดักประเภทยาตุ่มเอาไว้ แล้วเกิดสัตว์เลี้ยงของใครเข้าไปติดกับดัก เจ้าของสัตว์เลี้ยงก็ไม่สามารถที่จะเรียกร้องค่าเสียหายอะไรได้ เพราะถือเป็นช่วงของการทำกับดัก แต่ถ้าพ้นปีใหม่แล้วใครยังไม่เก็บกับดัก แล้วสัตว์เลี้ยงเข้าไปติดกับ ในกรณีนี้เจ้าของสัตว์มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย หรือให้เจ้าของกับดักชดใช้ เพราะหลังจากปีใหม่แล้วถือว่า หมดฤดูของการทำกับดักประเภทยาตุ่มเดอเออ
4. ยาตุ่มเจ่หยะ
     จะต่างกับการทำยาตุ่มตามกอไผ่ ตรงที่ต้องทำการล้อมรั้วไว้เป็นบริเวณกว้าง เปิดช่องให้สัตว์เดินเข้าไป และจะทำช่องว่างตามรั้ว เป็นลักษณะของไม้ขนาดใหญ่ ผูกเชือกในระดับที่เท้าสัตว์เดินไปกระตุก แล้วไม้ใหญ่ จะล้มทับตัว การทำกับดักประเภทยาตุ่มเจ่หยะ ก่อนที่จะทำต้องไม่ร่วมประเวณีกับภรรยาของตน เพราะอาข่าเชื่อว่าก่อนที่จะทำกับดัก ถ้าร่วมประเวณีกับภรรยาของตนแล้ว สัตว์ป่าจะไม่มาติดกับดัก ฉะนั้นต้องจะเตรียมตัวอย่างดี ก่อนที่จะทำกับดักจะมีการทำพิธี โดยใช้ ไข่ - ข้าว - ชา - ขิง โดยทำพิธีกันอันแรกที่ทำโดยทำบุญหรือขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา โดยพูดว่าที่ตรงนี้บริเวณนี้เป็นที่หาอาหารกันเพื่อที่ความอยู่รอดของพวกเรา ขอให้เจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยให้สัตว์ป่ามาติดกับดักด้วยเถอะ... ไม่ขอสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ขอให้ได้สัตว์เล็ก ไม่ขอสัตว์ที่อ้วน ขอให้ได้สัตว์ที่ผอม -- (ซะจ่า ซะต๊อ ซาบือ ซาแยะ มาเดและ ยอฮือมาเงอะ ยอหย่า ยอชุมาเงอะยอแจ บิแหนะหละ – อาข่า)
5.หล่อเพอท่องเออ.
     นิยมทำในช่วงเดี่ยวกับ ยาตุ่มเดอ การดักสัตว์โดยวิธีนี้จะใช้ดักสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น กวาง – หมูป่า – เสือ ฯลฯ โดยก่อนจะทำต้องนับวันฤกษ์ วันดีของครอบครัว และไม่ร่วมประเวณีกับภรรยาของตนก่อนวันทำกับดัก วันที่ทำก็ให้ขุดหลุมสำหรับจะฝังเสา เวลาฝังก็ไม่ควรให้เงาของตนเข้าไปตรงหลุม เพราะอาข่าถือว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์ วิธีทำก็จะไปตัดไม้ที่มีขนาดใหญ่ พอสมควรมา ก่อนจะทำต้อง ล้อมรั้วข้างๆออกไปกว้างๆ และเว้นที่ว่างให้สัตว์ป่าเข้ามา ส่วนไม้ที่ปักไว้ข้างนอกรั้วแล้วโดยเอาปลายลงมาข้างในจากนั้น ก็นำเชือกที่ทนไม่ขาดง่าย เช่นต้นปอ (หย่อค้อง – อาข่า) แล้วเอามาทำเป็นวงไว้ และเมื่อสัตว์มาเหยียบในวงปลายไม้ที่ปักไว้รวมทั้งไม้ที่คล้องเอาไว้ก็จะหยุด แล้วเด้งออกมาสัตว์ป่าก็จะติดอยู่กลางอากาศ เมื่อได้สัตว์มาก็จะถอนขนของสัตว์แล้วเอาไปปักไว้ข้าง ๆ ที่ทำกับดักเอาไว้สัตว์ที่ติดกับจะไม่ตายติดที่เท้าเมื่อเราไปเจอช้าก็นิยมใช้ปืนยิงให้ตายแล้วเอาสัตว์ออกมา เมื่อได้สัตว์มาแล้วก็ แบกใส่ถุงให้เท่า ๆ กันแล้วกลับมายังบ้านของตน
6. เจ่เบอท่องเออ
     เป็นกับดักที่ใช้กับสัตว์ประเภทใหญ่ เช่น หมูป่า เสือ กวาง ฯลฯ ลักษณะของกับดักนี้จะเป็นแบบ เมื่อสัตว์เดินมาโดนเชือก ไม้ที่เหลาไว้ แหลมๆ ก็จะพุ่งมาเสียบตัวของสัตว์ทำให้สัตว์ตายในที่สุด กับดักประเภทนี้เป็นกับดักที่ข้องข้างอันตราย กับคนที่ไม่รู้แล้วไปเจอเข้า อาจโดนโดยไม่รู้ตัวก็ได้ อาข่าจึงทำกับดักนี้ไว้ในที่ไกลๆ ห่างจากผู้คน และจะมีการทำสัญลักษณ์เอาไว้ให้กับคนที่เข้ามาพบเห็นรู้ว่า ในบริเวณนี้ได้มีการทำกับดักเอาไว้ให้ระมัดระวังด้วย วิธีการทำก็ ทำเอาไว้ตามทางเดินของสัตว์ โดยการเอาไม้เฮ้ยมา แล้วเหลาปลายให้แหลมๆ จากนั้นก็ใช้เชือกที่ทนดึงเอาไว้ และจะเอาเถาวัลย์ดึงขวางทางไว้ เวลาสัตว์เดินมาถ้าโดนเชือก ไม้เฮ้ยที่เหลาไว้แหลมๆ ก็จะหลุดและพุ่งมายังเป้าหมายที่ได้วางไว้ ไม้จะดึงเอาไว้ในระดับท้อง หรือหัวใจ ถ้าโดนสัตว์ก็จะไม่รอด

ในการทำกับดักสัตว์ อาข่ามีความเชื่อว่าต้องทำ ทุกครอบครัวโดยเฉพาะกับดักประเภท ยาตุ่มเดอเออ เจ่เบอท่องเออ หล่อเพอท่องเออ ทำเพื่อความสบายใจของคนในครอบครัว อาข่าเชื่อว่าถ้าครอบครัวไหนไม่ทำกับดักสัตว์ครอบครัวนั้นจะไม่เป็นสุข จะมีแต่การเจ็บไข้ได้ป่วย หรืออาจตายได้โดยไม่รู้สาเหตุ อาข่าจึงทำกับดักทุกหลังคาเรือน


     ปัจจุบันการใช้กับดักสัตว์ในกลุ่มชนเผ่าเริ่มน้อยลง เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เริ่มเข้ามามีส่วนในการดำรงชีวิตของชนเผ่า ค่านิยมในการทำมาหากินเริ่มน้อยลง ปรับมาเป็นการซื้อกินเอง ซึ่งเป็นหนทางที่ง่ายและสะดวกกว่าตั้งเยอะ เมื่อเทียบกับการเอาเวลาไปทำกับดักสัตว์ในป่าลึก วิธีการทำกับดักสัตว์ต่างๆเหล่านี้ เป็นเรื่องยากที่เด็กรุ่นหลังๆจะเข้าใจและรู้จักการนำไปใช้