ี่  
สาวอาข่าเมื่อแต่งตัวครบเครื่องนั้นเพริศเพรา จนน่าตะลึง ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนเครื่องแต่งกายของบุรุษแม้จะไม่รุ่มรวยด้วยสีสันเช่นของสตรี แต่ก็มีความเฉียบที่จะเรียบ แต่เท่อย่างประหลาด อาข่าใช้ผ้าฝ้ายทอเนื้อแน่น ย้อมเป็นสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ ซึ่งแต่ก่อนนี้จะปลูกฝ้ายมาปั่นใช้เอง ปัจจุบันซื้อฝ้ายดิบจากคนไทยนำมาอัดเป็นก้อนใหญ่ ยาว 20 ซม. บรรจุในปล้องหรือกล้องไม้ไผ่ เวลากรอด้ายผู้หญิงจะผูกกล่องฝ้ายไว้กับเอว เกี่ยวใยเข้ากับตะขอกง ซึ่งเกาะไว้กับต้นขาแล้ว ปั่นอย่างรวดเร็วออกมาเป็นฝ้ายหนา และเหนียวทนทาน หญิงอาข่าสอนให้ปั่นด้ายตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ เพราะมารดาคนเดียวปั่นด้ายไม่ทัน มาทอผ้าให้ใช้กันทั้งครอบครัว ผู้หญิงอาข่าทุกวัยปั่นด้ายกันตลอดเวลาที่มือว่างจากงานอื่น เช่นระหว่างเดินทางไปไร่ ขณะแบกฟืน หรือหาบน้ำ จนกระทั้งขณะที่นั่งผิงไฟอยู่ในบ้าน ยามค่ำ สาวอาข่ามักแข่งขันกันว่า ใครจะปั่นด้ายได้มากที่สุดในแต่ละวัน ด้ายนี้นำไปทอผ้าเนื้อแน่นหน้ากว้าง 17-20 ซม. จากนั้นก็นำไปย้อมคราม ซึ่งเป็นผลิตผลพื้นบ้าน ใช้เวลาย้อมร่วมเดือนจึงจะได้สีน้ำเงินเข้มที่ต้องการ เพราะต้องย้อมซ้ำแล้วซ้ำอีกทุกวัน ผู้หญิงอาข่าในเมืองไทยมีแบบแผนการแต่งกายสามแบบด้วยกัน แบบแรก "อู่โล้อาข่า" สวมหมวกแหลม แบบที่สอง "โลมี้อาข่า" สวมหมวกแบน แบบที่สาม "ผาหมีอาข่า" สวมหมวกแบนเช่นกันแต่รูปทรงของหมวกต่างกัน เครื่องเงินที่ใช้ตกแต่ง ก็มีความละเอียด กว่าแบบ "โลมี้อาข่า"
การแต่งกายแบบ "อู่โล้อาข่า"
ผู้หญิง :
       หมวกแหลมนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนฐานซึ่งเป็นผ้าคาด ศีรษะประดับด้วย เหรียญตรา กระดุมเงิน และลูกปัดส่วนยอดมี โครงไม้ไผ่ ่อยู่ใต้ผ้าฝ้าย ย้อม ครามตกแต่งด้วยเครื่องเงิน ลูกปัด ลูกเดือย พู่แดงที่ได้จาก ขนไก่ย้อมสี และของ แปลกๆที่แต่ละคนจะสรรหามาจำนวนและชนิด ของ วัสดุตกแต่ง จะแตกต่างกันไปตามฐานะ สภาพ อายุ และการมีบุตร สำหรับ ตัวเสื้อนั้น เป็นผ้าฝ้ายย้อมคราม แขนยาวตกแต่งด้วยผ้าหลากสี ตัวเสื้อยาวขนาดสะโพก ด้านหลังปักด้วยลวดลาย สาบเสื้อตกแต่งด้วยผ้าสี แผ่นเสื้อด้านหน้า ไม่ค่อยเน้น ลายมากเท่าด้านหลัง ส่วนกระโปรงเป็น ผ้าชนิดเดียวกัน ทำจีบเฉพาะด้านหลัง ยาวเหนือเข่า และมีผ้าชิ้นเล็กตกแต่ง ด้วยเครื่องเงิน และพู่สีแดงสำหรับคาดทับกระโปรงด้านหน้า ส่วนถุงน่องนั้น ตกแต่งด้วย ผ้าหลากสีและลูกเดือย
ผู้ชาย :
       สวมเสื้อแขนยาวตกแต่งด้วยผ้าหลากสี และปักลวดลายคล้ายของผู้หญิง แต่ตัวเสื้อจะสั้นกว่า ส่วนกางเกงคล้ายกางเกงสะดอ แต่เป็นผ้าฝ้าย ย้อมครามหมวกทำเป็นผ้าหนาแล้วม้วนปลายสองด้านเข้าหากันแล้วเย็บติด นำผ้าฝ้ายย้อมพันอีกที ตกแต่งด้วยพู่สีแดง

การแต่งกายแบบ "โล้มี้อาข่า"
ผู้หญิง :
       หมวกแบนนี้จะต้องมีแผ่นเงินรูปสี่เหลี่ยมคางหมูเชิดขึ้นมาทางด้านหลัง ด้านหน้าแต่งด้วยแถวลูกปัด สลับกับแถวกระดุมเงิน ล้อมกรอบใบหน้าด้วยลูกบอลเงิน เหรียญและลูกปัดห้อยเป็นสายประบ่า ตัวเสื้อด้านหลัง แต่งด้วยลายปะเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลากสีสลับกับลายปักงามวิจิตร แต่งด้วยกระดุมเปลือกหอยกระดุมเงิน ลูกเดือย ลูกปัด และพู่ห้อย รัดน่องและย่ามก็ปักแต่งในทำ นองเดียวsกัน ผ้าผูกเอวจะแต่งด้วยเปลือกหอย และ ลูกเดือย ของสาวโสดจะกว้างกว่าหญิงแต่งงานแล้ว ส่วนกระโปรงนั้นชาวอาข่าจะสวมเหมือนกันหมด
ผู้ชาย :
        สื้อของบุรุษและเด็กชายมีลายปักประดับชายเสื้อโดยรอบและรอบตะเข็บข้างทั้งซ้ายขวา หรือบางที่ไม่มีปักชายเปลี่ยนเป็นปักประดับอย่างงดงามที่สาบหน้า

การแต่งกายแบบ "ผาหมีอาข่า"
ผู้หญิง:
       หมวกสตรีมีรูปคล้ายหมวกเกราะของนักรบโบราณและประดับด้วย กระดุมเงิน เหรียญ ลูกปัด ไม่เว้นช่องว่างเลย ด้านข้างห้อยสายลูกปัดสีแดงร้อยยาวเกือบถึงเอว เสื้อด้านหลังมักเย็บด้วยแถบผ้าคราม เข้มกุ้นขาวเล็กๆ เรียงซ้อนกัน แต่ละแถบยังปักลายละเอียด เช่นเดียวกับแขนเสื้อ ผ้าผูกเอว และย่าม อาข่ากลุ่มนี้ จะแตกต่างจากอีกสองกลุ่มคือ จะ มีตัวเสื้อชั้นในอีกตัวหนึ่ง เป็นผ้าฝ้ายย้อมตกแต่งด้วยกระดุมเงินเหรียญ และแผ่นเงิน
ผู้ชาย :
       เสื้อผู้ชายตัวยาวกว่าอาข่ากลุ่มอื่นเย็บด้วยแถบผู้กุ้นขาวเรียงซ้อนกัน อาจติดกระดุมหน้าหรืออ้อมไปติดกระดุมข้างซ้าย มักประดับสาบหน้าด้วยเหรียญเงิน หรือสร้อยเงินร้อยลูกกระพรวน กางเกงก็คล้ายกับกลุ่มอื่น