บ้าน หรือ ยุ้ม ของอาข่าเป็นบ้านที่สร้างด้วยไม้ และมุงหลังคาด้วยหญ้าคา โดยก่อนที่จะมีการสร้างบ้านชาวอาข่าจะมีพิธีสำหรับเลือกที่ที่จะสร้างบ้าน โดยจะเอาไม้มาปักไว้แล้วพูดว่า “ ถ้าอยากให้เราสร้างบ้านสำหรับพักพิงที่นี่ คืนนี้ตอนที่เรานอนอย่าให้เราฝันร้ายเลย ขอให้เราได้ฝันเห็นแต่สิ่งที่ดีๆ” และถ้าเรานอนแล้วฝันดีเราก็สามารถสร้างบ้านที่นั่นได้ แต่ถ้าเกิดเราฝันร้ายหรือมีเหตุเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เราไม่ควรสร้างบ้านที่นั่น เพราะถือว่าเจ้าที่เจ้าทางไม่อนุญาต หากเราฝืนแล้วสร้างบ้านอยู่ที่นั่น ครอบครัวจะไม่เป็นสุข และจะเกิดแต่สิ่งที่มิดีมิร้ายกับครอบครัวนั้นๆ เช่น สัตว์เลี้ยงตายบ่อย พืชพันธุ์ไม่อุดมสมบูรณ์ หรือโรคภัยไข้เจ็บมาก และหลังจากที่เลือกที่จะปลูกบ้าน ก็จะมีการสร้างบ้านโดยชาวบ้านทุกคนจะมาช่วยกันสร้างให้
และในการสร้างบ้านทุกครั้งต้องนับวันฤกษ์ ต้องสร้างในวันที่ดี และไม่ควรสร้างในวันที่เป็นวันเกิดของคนใดคนหนึ่งในครอบครัว เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ และโชคไม่ดี ตลอดจนในการเลือกตัดไม้สำหรับจะสร้างบ้าน ไม่ควรตัดไม้ที่มีเถาวัลย์ลัดรอบอยู่มาสร้างบ้าน เพราะอาข่าเชื่อว่าถ้าตัดต้นไม้ที่มีเถาวัลย์ลัดรอบอยู่มาสร้างบ้าน จะทำให้งูเข้าบ้านได้ และไม่ควรตัดไม้ที่มีลักษณะเสียดสีกันอาข่าเรียกว่า “ส่อง ฉ่อง จีเออ” เพราะจะทำให้บ้านนั้นไม่มีความสุข จะมีภัยเกิดขึ้นกับคนในบ้านหลังนั้นนี่เป็นความเชื่อที่อาข่าเชื่อกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ หลังจากที่ตัดไม้มาก็จะมีการขุดหลุมฝังเสาไม้ และเวลาเอาไม้ลงหลุมไม่ควรให้เงาของเราเข้าไปในหลุมถือว่าผิดผี และในการมุงคา จะต้องมุงทับจากฝั่งของผู้ชายไปหาฝั่งผู้หญิง เพราะผู้ชายอาข่าเป็นหัวหน้าครัวเรือน ถือเป็นการให้เกียรติกับผู้ชาย
เมื่อสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีการขึ้นบ้านใหม่โดยใช้ไข่ไก่ 1 ฟอง และสำหรับอาหารก็อาจเป็น แพะ หรือหมูก็ได้ แต่ถ้าเป็นไปได้ชาวอาข่าจะใช้แพะในการทำพิธี ขึ้นบ้านใหม่มากกว่าหมู เพราะเชื่อว่าถ้าใช้แพะในการทำพิธี จะได้บุญ และแพะสามารถชนะสรรพสิ่งทุกอย่างได้ สมัยก่อนนิยมใช้แพะมากกว่าหมู แต่ปัจจุบันแพะเริ่มหาได้ยาก ชาวอาข่าจึงใช้หมูในการทำพิธีแทน และหลังจากทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ก็จะนับวันฤกษ์ ถ้าเป็นวันที่ดีเหมาะสม ก็จะทำพิธีมัด “หิ้งผีบรรพบุรุษ”(เปาะ เหลาะ เปาะ ทุ) เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในบ้าน จะอยู่เหนือต้นเสาระหว่าง ห้องผู้ชายกับห้องผู้หญิง ซึ่งจะเป็นที่อยู่อาศัยของผีบรรพบุรุษ ในการทำพิธีจะใช้ไก่ 1 ตัว และเหล้า 1 ขวด เป็นพิธีภายในครอบครัวทำเพื่อเป็นการแจ้งให้ผีบรรพบุรุษทราบว่า ตอนนี้ได้สร้างบ้านเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่สร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องวางฟืนตรงบริเวณที่ฝังเสาแรกเพราะชาวอาข่าเชื่อว่าเจ้าที่เจ้าทางจะยู่ที่นั่น อาข่าเรียกว่า “จอง มิ อะ มา” จะเป็นผู้ดูแลความทุกข์สุขของคนในบ้าน
    อาข่าจะมีการสร้างบ้าน 2 ลักษณะ คือ บ้านที่สร้างให้มีพื้นที่อาศัยติดกับดินเรียกว่า “ยุ้มเอาะ” โดยภายในบ้าน บริเวณส่วนใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จะเป็นพื้นดิน และที่นอน จะเป็นชานนอนที่ปูด้วยไม้ไผ่ การสร้างบ้านในลักษณะนี้เราสามารถสร้างให้สูงขึ้นก็ได้ ซึ่งต่างกับการสร้างบ้านแบบยกพื้น ถ้าสร้างแบบยกพื้นแล้วไม่สามารถสร้างให้ติดดินได้ จนกว่าจะเปลี่ยนชุมชน ส่วนแบบที่สอง เป็นการสร้างบ้านแบบยกพื้นทั้งหลัง เรียกว่า “ยุ้มโก้” ซึ่งบ้านทั้งสองลักษณะนี้ มีประตูเข้าออกของบ้าน มีการสร้างระเบียง เพื่อใช้งานเอนกประสงค์ต่างๆ เช่น ที่เก็บอาหารสัตว์เลี้ยง นั่งเล่น หรือเป็นที่นั่งคุยกันของหนุ่มสาว บ้านของชาวอาข่าแต่ละหลังจะมีที่กั้นห้องเป็นสองฝ่าย คือ ห้องของ
ฝ่ายผู้ชาย (บอเลาะ) และห้องของฝ่ายผู้หญิง (ยุ้มมา) มีเตาไฟเพื่อใช้ประโยชน์ในการหุงข้าว หรือทำอาหารไว้ภายในบ้าน 2 เตา ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของบ้านแต่ละหลัง การสร้างบ้านของอาข่าจะอยู่ได้ 4-5 ปี แต่จะมีการซ่อมแซมทุกปีซึ่งจะทำการซ่อมแซมช่วงเดือนมีนาคม ถึงเมษายน เพราะจะตรงกับช่วงที่ชาวบ้านว่างจากการทำไร่ทำสวน
การรับแขก
    อาข่าจะให้ความสำคัญกับแขกทุกคนที่มาเยี่ยม ไม่ว่าจะเคยรู้จักกันมาก่อน หรือว่าไม่เคยรู้จักกันก็ตาม อาข่าจะให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยการรินน้ำให้ดื่ม หรือต้มน้ำชาให้ดื่ม จากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน และถ้าแขกที่มามีความประสงค์ที่จะค้างคืนก็ให้ค้างคืนได้ แต่ถ้าเป็นแขกผู้ชายก็จะให้นอนฝั่งของพ่อ และถ้าเป็นผู้หญิงก็ให้นอนฝั่งของแม่ ผู้ชายกับผู้หญิงไม่สามารถนอนด้วยกันได้

    

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้าน
     ในบ้านของอาข่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายอย่างหลายชนิด ที่ใช้ในการทำพิธีกรรมทางศาสนา ฉะนั้นสำหรับคนที่มา บ้านเยี่ยมเยียนบ้านอาข่า ต้องให้การเคารพในประเพณีที่เขายึดถือ และปฏิบัติสืบทอดกันนานตั้งแต่ สมัยบรรพบุรุษ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรรู้มีดังนี้

  • ศาลขวัญข้าว สร้างไว้เพื่อเก็บพันธุ์ข้าวที่จะนำไปเข้าพิธีที่บ่อน้ำ ในวันเลี้ยงผีบ่อน้ำ ศาลขวัญข้าวจะสร้างไว้ข้างยุ้งข้าว
  • หิ้งผีบรรพบุรุษ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในบ้าน ซึ่งเปรียบเสมือนหิ้งพระของคนไทย จะอยู่เหนือต้นเสาระหว่างห้องผู้หญิง และห้องผู้ชายในบ้านสร้างไว้เพื่อเป็นที่อยู่ของผีบรรพบุรุษ
  • ห้องนอนฝ่ายหญิง ไม่ใช่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นห้องที่หวงห้ามภายในบ้านแขกจะเข้าไปก่อนได้รับอนุญาตไม่ได้

การเข้าไปที่บ้านอาข่าต้องปฏิบัติดังนี้
  • ถ้าเข้าทางประตูหน้าอาข่าจะถือว่าเป็นแขกที่มาเยี่ยมเยียนบ้าน และเป็นแขกของพ่อ และจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
  • การเข้าบ้านของอาข่าทางประตูหลัง สมัยก่อนในการจีบสาวอาข่าจะใช้ประตูหลังในการเข้าออก และถ้าเข้ามาทางประตูหลังก็จะถือว่ามาจีบสาว แต่ในปัจจุบันถ้าใครเข้ามาทางประตูหลัง ถือว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์
  • ไม่เดินเพ่นพ่านในบ้าน หรือจับต้องสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน
  • ผู้ชายห้ามเข้าไปในห้องของผู้หญิงก่อนได้รับอนุญาต
  • ห้ามแตะต้องหิ้งผีบรรพบุรุษ และตะกร้าบรรจุพันธุ์ข้าวใต้หิ้งผีบรรพบุรุษ
  • ห้ามตะโกนเสียงดังขณะอยู่ในบ้าน
  • เตาไฟในบ้านห้ามใช้มีดฟัน หรือบ้วนน้ำลายลงบนเตาไฟ
  • ห้ามตักข้าวในไหนึ่งเอง ต้องให้เจ้าของบ้านตักให้
  • ห้ามขึ้นไปเล่นบนที่นอนของพ่อ และแม่

การรับประทานอาหาร 
     อาข่าจะรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งพ่อ แม่ ลูก จะรับประทานภายในบ้าน ห้ามมารับประทานนอกชาน เพราะอาข่าถือ และเวลามีแขกมา เยี่ยมเยียนในบ้านก็จะร่วมรับประทานร่วมกับแขก ยกเว้นแม่เรือนจะรับประทานหลังจากที่แขกรับประทานเรียบร้อยแล้ว ส่วนอาหารที่ ชาวอาข่านิยมรับประทานกันมาก และขึ้นชื่อก็คือ เนื้อสุนัข และตำน้ำพริก

ปัจจุบันความเจริญเริ่มเข้ามามีบทบาทในชุมชนของอาข่า การปลูกสร้างบ้านเริ่มเปลี่ยนไป จากบ้านไม้ไผ่ก็จะกลายเป็น บ้านปูนหลังคามุงด้วยกระเบื้อง สภาพความเป็นอยู่เปลี่ยนไป สภาพจิตใจย่อมเปลี่ยนไปด้วยเป็นธรรมดา