หกเผ่าชาวดอย|เกี่ยวกับโครงการ|กระดานข่าว|สมุดเยี่ยม|English 
หน้าบ้าน กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน ลาหู่ ลีซู อ่าข่า คะฉิ่น ดาราอั้ง
 แม่เปิดวีซีดียังไง??? ฉันยืนงงกับเครื่องที่เขาเรียกว่า เครื่องวีซีดี [VCD] อย่างไม่คุ้นเคยนัก แม่ตอบรับ และเดินเข้ามาสอนฉัน แม่เปิดให้ฉันดูในขณะที่ฉันอึ้งว่า แม่เปิดได้ยังไง มันยากนะ(สำหรับฉัน) ไม่ใช่ว่าไม่ยาก มีปุ่มอะไรไม่รู้มากมาย และที่สำคัญแม่แก่แล้วด้วย อายุวานามก็ใช่น้อย แต่ทำไม? เปิดเป็นอย่างง่ายดาย ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันเปิดแล้วกดไปเรื่อย เลยเกือบเสีย(แถมโดนด่าด้วย) เลยไม่กล้าเปิดอีกเลย

         ทุกครั้งที่แม่สอนฉันแม่จะบ่นไปด้วยเสมอ จำได้ครั้งหนึ่งแม่บ่นว่า อุตส่าห์ไปเรียนมานะ ยังไม่เท่าทันเทคโนโลยีเลย ตอนนี้ความเจริญเข้าไปถึงทุกซอกทุกมุมหมดแล้ว จริงๆจะว่าก็ว่าเถอะ เครื่องวีซีวีดีเนี่ยกำลังจะเชยอีกแล้วนะ เตรียมหาเงินซื้อของใหม่ได้เลย (อ้าว เฮ้อ ! )...

        จริงๆขอว่าตัวเองหน่อยเถอะ อย่าว่าแต่ เปิดเครื่องวีซีดีเลย ขนาดเปิดทีวี สอนไม่รู้จะกี่รอบถึงจะจำได้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมความจำถึงได้สั้นนัก หรืออาจจะเป็นเพราะพวกศัพท์การเรียกสิ่งของเทคโนโลยียา
ซึ่งจำได้ว่าสมัยก่อน(เมื่อ 17 ปีที่แล้ว) ในหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านมีทีวีมากสุดมีอยู่ประมาณ 2 เครื่อง ซึ่งไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง จึงใช้วิธีการเปิด โดยแบตเตอรี่ พวกเราเหล่าเด็กหญิงเด็กชายรวมถึงพ่อแม่พี่น้องหลายคน(ที่ติดหนัง) ก็จะไปดูหนังดูทีวีกันตรึมบ้านและก่อนดูจะต้องเสียเงินค่าแบตเตอรี่ คนละบาทสองบาท ซึ่งถ้านึกถึงปัจจุบันคงไม่ต่างอะไรไปกับโรงหนังทำนองนั้น

         มีคนท่านหนึ่งพูดว่า “ ถ้าเทคโนโลยีมีมากเท่าไหร่ ศีลธรรมของความเป็นคนก็มีน้อยเท่านั้น ” ซึ่งคำพูดนี้จะจริงหรือไม่นั้นหลายท่านอาจตอบได้... แต่สิ่งที่ฉันพบ ณ ปัจจุบัน คือ สังคมเปลี่ยนทำให้คนเปลี่ยนไปด้วย และคนแสวงหาไม่รู้จักคำว่าพอ ! ซึ่งไม่ใช่คนไกลที่ไหนหรอก คงจะไม่ผิดมากนะ ถ้าจะยกตัวอย่างแม่ของฉันเอง และอีกหลายๆคนที่คิดเหมือนแม่ฉัน คืออยากให้ลูกไปทำงานในเมืองหาเงิน เพื่อนำมาซื้อสิ่งของต่างๆ
ที่สะดวกสบายเหมือนอย่างที่หลายๆบ้านมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรืออีกหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ที่มีอิทธิพลในด้านความสะดวกสบาย ซึ่งสมัยนี้ คนสบายจนไม่ต้องทำอะไรเลย...
...และหลายคนนอกเหนือจากคนในครอบครัวอาจคิดว่า พวกเขาเหล่านั้นมีความสุขมีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่สุขสบาย
แต่ในความคิดของฉัน ไม่เลย ! แม่ฉันไม่เคยมีความสุข... ถ้าตราบใดที่เขาไม่รู้จักคำว่าพอ !

     จริงๆนะยิ่งอยากได้ก็ยิ่งเป็นทุกข์ ได้สิ่งนี้แล้ว ก็อยากได้สิ่งใหม่ต่อ เมื่อแม่เห็นในโฆษณาว่ามันดี คนลำบากสุดคือลูก คนไม่สบายใจคือแม่ ตอนที่ฉันจะโตน่ะ แม่บอกหลายครั้งนะว่า อย่าไปเรียนเลย เรียนไปทำไม ถึงยังไงก็สู้คนในเมืองไม่ได้หรอก เรามันคนบนดอยคนชนเผ่า สู้ออกมาช่วยพี่สาวทำงานเถอะ ชีวิตจะได้สบาย แม่ก็ยกตัวอย่างเปรียบเทียบคนโน่นคนนี้ ว่าเห็นไหมเขาไปทำงานกลับมามีบ้านช่องใหญ่โต มีเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง แถมพกอาเสี่ยกลับมาด้วย (แต่...แม่เปลี่ยนความคิดฉันไม่ได้หรอก)

         จริงๆในตอนนั้นฉันก็คิดว่า อยากเป็นอย่างเขาบ้าง แต่พอเมื่อได้สัมผัสกับการทำงานในเมืองจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้เลย เราต้องต่อสู้นะสู้กับอะไรก็ไม่รู้กับผู้คนกับหลายๆสิ่ง ซึ่งมันไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆเลย ซึ่งสิ่งที่พบเห็นในตอนนั้นคือ คนที่ไปทำงานในเมืองกลับมาจะแต่งตัวดี และคิดว่างานของเขาคงดี

 แต่เราไม่รู้หรอกนะว่า กว่าที่เขาจะได้สิ่งของเหล่านี้กลับมาได้ เขาต้องเจออะไรมาบ้าง ซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาได้... แต่เวลาเขากลับมาบ้านสิ่งที่เขาได้แสดงออกมาให้ผู้คนได้พบเห็น คือ สิ่งที่มั่งมี ทำให้ผู้คนอยากเป็นอย่างเขาบ้าง ถ้าโชคดีกลับมาก็สบายขึ้น แต่ทุกคนจะโชคดีเสมอไปหรือ?นี่คือคำถาม... มีบางคนในหมู่บ้านที่ไปทำงานแล้ว กลับมาพร้อมกับ บน ลายมือ ที่ว่างเปล่า คือไม่มีอะไรกลับมาเลยหรือบางคนกลับมาพร้อมกับปัญหา ! ซึ่งฉันคิดว่านะ การไปทำงานก็เหมือนกับการไปเสี่ยงโชค

          แล้วท่านๆทั้งหลายเคยคิดไหมว่า การไปเสี่ยงโชค จะมีสักกี่คน ที่โชคดี !

ถึงตอนนี้ ณ ขณะนี้ก็ยังยอมรับว่าตัวเองเชย ***เชยกว่าแม่หว่ะ*** และเชยกว่าใครหลายๆคน แต่ยอมรับอย่างหนึ่งว่า สิ่งที่เราไม่เคยได้ใกล้ชิดและสัมผัสเราอาจไม่คุ้นเคย(ปลอบใจตัวเองเสมอเมื่อรู้สึกว่าเรียนรู้ไม่ทัน) ฉันไม่เคย ปฏิเสธความเจริญไม่เคยว่าไม่ยอมรับความเจริญ เพราะมนุษย์คนเรามันนักแสวงหานี่ ถ้าไม่แสวงหาแล้วเราจะรู้จักคำว่าพัฒนาเหรอ

          แต่...ฉันขอเพียงภาวนาว่า ความเจริญจะไม่ครอบงำทุกส่วนหรอกนะ ทั้งวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม...

***ท้ายนี้ขอนำบทเขียนของเพื่อนคนหนึ่งที่เขียนในสมุดเยี่ยมมาเพื่อเป็นบทความลงท้าย หรือคติสอนใจแก่ใครหลายๆคน...***
    “ เวลาได้ผ่านมานานเหลือเกิน นานจนบางสิ่งบางอย่างถูกลบเลือนดู เลือนลางจนแทบจะมองไม่เห็น
ทุก ๆ อย่างบนโลกเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเปลี่ยนไปตามความเจริญของสังคม ความเจริญของวัตถุ
แม้ว่าความเจริญเหล่านั้นจะส่งผลดีแก่เรามากมาย แต่ก็ผลเสียที่เกิดขึ้นก็ไม่น้อยไปกว่าผลดีเลย
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแสนนานแค่ไหน แต่บางสิ่งบางอย่างกลับแค่เปลี่ยนไปบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นดังเช่น " วัฒนธรรม "
อาจจะมีบ้างที่ถูกลบเลือนไปแต่พวกเราไม่ว่าใคร ก็ยังนับถือ ก็ยังมีวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงตัวเองได้อย่างชัดเจน
จะมีไหมสำหรับหนุ่มสาวสมัยนี้ที่มีความคิด มีอุดมคติเหมือนเรา " เราคือชนชาวเขา เราภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น "

โดย...คนหลังเขา ....... สูเส็ง ”
คำตอบกับความเปลี่ยนแปลงนั้น ***คำตอบอยู่ที่ใจของเราเอง ***


คุณคิดอย่างไง ให้เราได้รับรู้ด้วยคะ

บ้านธารเรือนสุกร: คนแรก อิอิ แอบถ่าย!! เมี่ยน คุยกัน ..ว่าแต่นี่รูปแจ้มัน...นี่นะ..เอามาจากใหนเนี๊ยะ
  (26.01.2005, 11:20)

เมี่ยน: อิอิอิ เราเป็นคนถ่ายเอง อยากรู้ถามเราสิ
  (26.01.2005, 14:04)

ผู้เฒ่าหงอก: เขาไม่เรียกว่าเชย แต่เขาเรียกว่าไม่รู้ร้อนหนาว เด็กวัยหนุ่มสาวไม่แปลกหากต้องการความก้าวหน้า คำว่าพอถ้าพอจริงก็คงตายในชีวิตจริง.... เพียงแต่พอนั้นต้องประกอบขึ้นด้วยความก้าวหน้าแห่งจุดมุ่งหมายใหม่ พัฒนาทุกอย่างเกิดได้ด้วยตนเอง.. จากเมืองสู่เราและจากเราไปสู่เมืองเรียกว่าผสมผสาน
สิ่งที่คาดหวังในชีวิตคืออะไร..... จงทำสิ่งนั้นให้ก้าวหน้าก็ไม่ตกรุ่นแล้ว....
****ไม่เป็นเหยื่อของสังคมประโคมข่าวอย่างไร้สติ...ชีวิตก็ดีขึ้นได้เหมือนกัน****
  (27.01.2005, 19:43)

ป้าลักษณ์.org: ลึกซึ้ง ลึกซึ้ง สรุปว่า เชยต่อไปไอ้น้องเอ๊ย.. เอ็งยังมีโอกาสเชยอีกหลายปี ; )
  (27.01.2005, 19:58)

คนหน้ามัน.com: เดี๋ยวนี้เริ่มไม่เชยแล้วนะป้า เพราะเห็นเริ่มมี โทโลโฟนน่ะป้าแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ โกแหววววววววว
  (28.01.2005, 10:28)

ป้าลักษณ์.org: เอ่อ.. โทโลโฟนมีไว้เพื่อประโยชน์ใดไม่ทราบ บ่จ้ายใช้ตำพริกเน่อ เป็นห่วง อีน้องจะใช้เป็นเร่อ.. สงสัยปี้ ปี้ต้องเหนื่อยซะแล้น น้องสาวมีโทโลโฟน....
  (28.01.2005, 12:40)

ลุงจอน.com: เครื่องก็มีจริง แต่น้องก็ใช้บ่จ้าง แถมบ่มีคลื่น เอาไว้เสียค่าบริการทุก ๆ เดือนทำไมแล้ว???? (เชยจะริงจะริง)
  (28.01.2005, 15:19)

คนดอย: ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างความเชยเป็นสิ่งไม่น่าอายตอนผมเข้ากรุงเทพๆใหม่ๆผมหลงอยู่ในหมอชิด 3 ชั่วโมงหาทางออกไม่เจอเพราะความเป็นชาวเขาเนี่ยแหละไม่ค่อยได้เข้าเมืองอย่างเขา
  (11.02.2005, 15:49)

วันชัย แซ่ฟุ้ง: ดีมากครับเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ
  (22.02.2005, 14:50)

ทรายขาว: ไม่ค่อยได้มาดูความคิดเห็นเลยไม่รู้ว่า จะวิจารร์เราถึงไหน... ขอบคุณทุกความเห็น อย่างนี้ซิทรายขาวมีกำลังใจจะเขียนบทความเรื่องใหม่ต่อ ไม่ว่าความคิดเห็นนั้นจะเป็นยังไง ก็จะเป็นพลังใจแก่คนเขียนเสมอค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ
  (24.03.2005, 09:52)

saan saechao: ซานล่วง จ๋าว: การเรียนหนังสือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของที่สุดเมื่อเราอ่านได้เราจะรู้อะไรมากมาย
เพิ่มปัญญาและให้อากับสมองได้อย่างดีครับฉะนั้นทุกคนควรเรียนให้สูงๆยิ่งดี
  (25.03.2005, 13:27)

saan saechao: การเรียนหนังสือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของที่สุดเมื่อเราอ่านได้เราจะรู้อะไรมากมาย
เพิ่มปัญญาและให้อาหารแก่สมองได้อย่างดีครับฉะนั้นทุกคนควรเรียนให้สูงๆยิ่งดี
เราคือชาวเขาก้อชาวเขาวันยังค่ำนั้นแหละ แต่เราไม่ใช้นายสันติชัยไปทำงานเป็นเสมียนฮ่าๆๆๆๆ
  (25.03.2005, 13:51)

สมุนเมี่ยน: เห็นด้วยกับบทความข้างต้น เราไม่ควรหลงไหลกับเทคโนโลยี มากเกินไปอาจจะทำให้หลงไปในทางที่ผิด และในปัจจุบันพวกเรานิยมวัตถุมากเกินไป ทำให้เห็นแก่ตัวมากขึ้นลืมขนบ ประเพณีอันดีงาม ต่างคนต่างอยู่ ใช้ชีวิตเหมือนกับคนเมือง
  (04.04.2005, 13:04)

มิว: สวัสดีค่ะ เมี่ยน โอ๋ อยู๋ พะเยานะ แต่มาทำงานกทม พอดี แวะมาเที่ยว ชมเว๊ปนะคะ ใครเมี่ยนบ้าง คุยกันนะคะ
  (02.07.2005, 14:31)

ซาน: ซาน:สวัสดีครับ พวกเราอิ้วเมี่ยนทุกคน เป็นครั้งแรกที่แวะมาร่วมสนทนาด้วย เพราะปกติจะไม่ค่อยได้แวะมาเยี่ยมบนเว็ป "ไม่เชยหรอกครับ" ถ้าไม่เชยก่อน ก็จะไม่มีวันเท่าทันคนอื่น เยีย เอียม มุ๋ง นาน เมี่ยน โอ่
  (06.07.2005, 11:38)

คนภูสูง: ผมว่า พัฒนาแล้ว เห็นในโฆษนามั้ย อิอิอิ
  (11.08.2005, 13:45)

เด็กอาข่า: เหมือนกันเลยขนาดเราเรียนหนังสือย้งไม่เท่าแม่เลยแม่นี่เก่งอยางกับจบปริญา
  (14.09.2005, 17:02)

คนอ่อนหัด: โลกเรามันไกลเกินกว่าจะตามทันนะ โดยเฉพาะผมคนหนึ่งซึ่งไม่แน่ใจว่า พรุ่งนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น
  (22.09.2005, 16:22)

วีระพงษ์ วัฒนาศรีสมบัติ: เจ๋งมากเลย พวกเมี้ยนทั้งหลาย
  (25.09.2005, 16:01)

นายแมนกอ ณ สุรินทร์: มอแกนแวะมาชมจ่ะ
  (30.09.2005, 16:47)

แก้วเก้า: อาจจะช้าไปหน่อย ไม่เคยเข้ามาอ่านบทความนี่เลย วันนี้ว่างก็เลยเข้ามาอ่านดู ให้ข้อคิดดีนะ
คิดเหมือนกันเลย ตอนนี้เรียนจบ ทำงานแล้ว แต่ก็ยังโหยหา อยากกลับบ้าน อยากให้ภาพในอดีตกลับมา ไม่ใช่เอะอะ ก็เข้าเมืองทำงาน อย่างคนที่เขียนบทความบอก เงินทองไม่ใช่หามาง่ายๆ กว่าจะได้มาก็ต้องมีสิ่งแลกไป แรงงาน ความรู้ หรือแม้แต่ความสาว (ในบางกรณี)
แม้จะทำงานในบริษัทที่ค่อนข้างดี งานไม่หนักมาก เงินเดือนระดับสูงพอสมควร แต่ทำไมก็ยังมีความทุกข์ใจอยู่ดี ถ้าเลือกได้ อยากย้อนเวลากลับไปในอดีต สมัยรุ่นตายาย อยู่บนดอยสูง
ไม่มีความเจริญ ไม่มีเทคโนโลยี คงมีความสุขมากกว่าที่เป็ฯ
  (21.11.2005, 15:22)

วัฒนาศรีสมบัติ: ป๊หน้าเราไปเจอกันที่กีฬาอิ้วเมี่ยมนะ คนบ้านป่าไรหลวง
  (16.12.2005, 16:48)

Ton Saechao: hi, I am Ton chiam Saechao, I am from California USA. Anyone care to chat...
  (25.01.2006, 17:06)

Ton Saechao: Its my first time that i get to this website, I am very happy to see mien people could communicate by the internet. I wish u all well for the up coming mien new year.
  (25.01.2006, 17:20)

หลิว: ดีครับชาวเมี่ยน
  (15.03.2006, 13:14)

คนไม่กล้าใส่ชื่อ: สวัสดีพวกเราเป็นเมี่ยนที่อยู่สวิสเซอร์แลนด์ อยากคุยกับเพื่อนทุกคน พวกเราอยู่กันหลายคนทึ่นี่ เราคิดถึงบ้านแต่ไม่ค่อยมีโอกาสกลับบ้าน ดีใจที่ได้มีโอกาสเข้ามาอ่านประวัติในเว็บนี้
  (03.04.2006, 05:18)

LieW SaeTeuRn: HeY You GuYz...iiM JuS DroppIn By To C WaTs DiZ ish aLL aBouT n SeeMs VeRY iNTeResTiiN...sO HaB a GoOD oNe!!!
  (04.04.2006, 16:48)

ปูเป้: ดีใจนะ ที่รู้ว่ามี web site ของเราชาวเมี่ยนด้วย เพิ่งรู้วันนี้เอง ก็เลยแวะเข้ามาดู แต่ดีนะ เพราะก็เป็นเมี่ยนเหมือนกัน แต่มาเรียนกรุงเทพ และตอนนี้ก็ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ดีใจที่มี web site ของชาวเมี่ยนเรา ดีใจจริง ๆ
  (11.06.2006, 22:45)

เหมยเเคะ: ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นเมี่ยนเจอกันที่กีฬาอิ้วเมี่ยน คนห้วยคอกหมู
  (22.06.2006, 13:30)

เมี่ยนเทิง เชียงราย: มีกีฬาอิ้วเมี่ยนเหรอ งั้นก็น่าสนใจล่ะซิ อยากรู้จังว่ามีการละเล่นอะไรบ้างบอกหน่อยได้ไหม
  (16.07.2006, 19:04)

kkkkk: อยากไปจัง
  (28.07.2006, 13:39)

ชัชวาลย์: ถึงวันชัย ใช่วันชัยที่อยู่ หนองเตามั้ย เยียเจ้ยวเส็งนะ ว่างส่งเมลล์มาหากันบ้างดิ
  (29.07.2006, 14:25)

คนบ้านนอกในเมือง ฟา..ป ร.: เมื่อเจอเวปไซด์ของเผ่าเราแล้วก็รู้สึกได้เจอญาติเลยอุ่นใจยังไงก็ไม่รู้ยิ่งกว่านั้นดีใจมากที่มีคนเชยเหมือนกัน
  (18.09.2006, 11:47)

Liew: hey guys..,am also mien..who said mien r backwrd people,see how far v have developed,its cool to see mien website here,never expected before that our mien people could be developed this far..keep it on,cheers to all mien..
  (14.07.2007, 19:11)

ความเห็นของคุณ

ชื่อ:
อีเมล์ หรือ โฮมเพจ:

เข้าพิพิธภัณฑ์ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานข่าว : สมุดเยี่ยม : ติดต่อเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ โดย ฅนบ้านนอก เจ้าของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและข้อมูลภายในเว็บไซต์แห่งนี้ หากท่านประสงค์จะนำไปเผยแพร่่ สามารถเผยแพร่ได้
JavaScript Menu By Milonic.com