หกเผ่าชาวดอย|เกี่ยวกับโครงการ|กระดานข่าว|สมุดเยี่ยม|English 
หน้าบ้าน กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน ลาหู่ ลีซู อ่าข่า คะฉิ่น ดาราอั้ง

“ จริงๆ แล้ว นามสกุลของหนูไม่ใช่นามสกุลตามบัตรนี้นะพี่ แต่เขาสะกดไม่ได้ เขาก็เลยเขียนนามสกุล ที่เป็นนามสกุลส่วนมากของคนอาข่าให้ หนูไม่พอใจเลย แต่ไม่รู้จะทำยังไง ”

...ข้อมูลจากเยาวชนหญิงชนเผ่าอาข่าคนหนึ่งที่ฉันมีโอกาสได้คุย เราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในหลายประเด็น แต่พอฉันนำหัวข้อสนทนาเข้าสู่เรื่องประสบการณ์ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีของชาวเขาในมุมมองของรัฐหรือคนพื้นราบ
ทั่วไป รอยยิ้มของเธอก็จางหาย น้ำเสียงและใบหน้าที่สดชื่นเริ่มสลด

“ ถึงเขาจะสะกดนามสกุลหนูไม่ถูกนะพี่ เพราะการออกเสียงภาษาอาข่ากับการเขียนตัวหนังสือไทยไม่ตรงกันอยู่แล้ว แต่เขามีสิทธิ์อะไรมาเปลี่ยนนามสกุลของหนู ”

ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับทรรศนะของเธอ เพราะในความคิดเห็นของฉัน เจ้าหน้าที่รัฐน่าจะมีความตั้งใจ มากกว่านี้ใน การสะกดนามสกุลให้ตรงหรือใกล้เคียงกับการออกเสียงภาษาอาข่ามากที่สุด ไม่ใช่ตัดสินแก้ปัญหาด้วยการ ใส่นามสกุล ที่เป็นสกุลส่วนใหญ่ของคนอาข่า เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันกล้าพอที่จะแสดงทรรศนะออกมาว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่ใส่ใจ ความ เป็น ไปของคนบนที่สูง อาจเป็นเพราะทัศนคติของพวกเขาเองที่มองว่าชาวเขาไม่ได้มีความสำคัญในฐานะเป็นพลมืองของรัฐไทย ก็มีความเป็นไปได้

เรื่องราวแรกได้พรั่งพรูออกมาแล้ว ฉันก็ได้รับรู้เรื่องราวอื่นๆ ที่น้องคนนี้ได้ผ่านพบ

“ ถ้าชาวเขายากจน เจ้าหน้าที่ก็จะมองว่าเป็นปกติธรรมดาที่ต้องยากจน แต่ถ้าชาวเขาคนไหนมีฐานะขึ้นมา ก็จะถูกจับผิดว่าต้องค้ายา ค้าอาวุธ มันก็คงมีบ้างแต่ไม่ทั้งหมด แต่ทำไมเขาไม่คิดว่าชาวเขาที่ทำไร่ชา ปลูกผักบนดอยก็สามารถสร้างฐานะขึ้นมาได้เหมือนกัน ”

เมื่อเธอเอ่ยถึงประเด็นยาเสพติดและเรื่องการทำไร่บนที่สูงขึ้นมา ทำให้ฉันนึกถึงแบบเรียนสมัยเด็กๆ ที่ท่องมาจนจำขึ้นใจว่า “ ชาวเขาทำไร่เลื่อนลอย ” หรือแม้แต่ความเป็นคนบนดอยที่คนข้างล่างติดภาพลักษณ์ว่า “ เป็นคนตัดไม้ทำลายป่า ” หรือ “ ชาวเขาปลูกฝิ่น ” ฉันในฐานะที่เป็นคนพื้นราบคนหนึ่ง จึงค้นหาข้อเท็จจริงในภาพลักษณ์นี้ทันที

เธอไขข้อสงสัยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กระแสเสียงที่ฉันสัมผัสกลับสั่นไหว เธอบอกว่า ชาวเขาไม่ได้ทำไร่เลื่อนลอย แต่เป็นการทำไร่หมุนเวียน ซึ่งถือเป็นระบบการผลิตที่เก่าแก่สืบทอดกันมานาน เป็นกระบวนการเพาะปลูกแบบผสมผสาน พวกเขาจะแผ้วถางป่า เผาไร่ ก่อนเพาะปลูก และเก็บเกี่ยวผลผลิต พร้อมกับปล่อยให้พื้นที่ป่าได้รับการพักฟื้นตามสภาพดิน อีกทั้งพวกเขายังเพาะปลูกข้าวหมุนเวียนกับพืชชนิดอื่นด้วย

“ การเพาะปลูกอยู่ที่เดิม ไม่ใช่การทำไร่เลื่อนลอย เราปลูกพืชหมุนเวียนเหมือนที่ปู่ย่าตายายปลูกมา ฤดูนี้ปลูกข้าว ฤดูนั้นปลูกข้าวโพด และไม่ได้ปลูกอย่างเดียว ปลูกทั้งผักกาด มะเขือเทศ ปลูกพริกด้วย พืชพันธุ์ทุกอย่างที่เราต้องกิน การที่เราย้ายที่ไปเรื่อยๆ เพราะป่าที่เคยเพาะปลูกกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษกลับกลายเป็นป่าสงวน เป็นเขตอนุรักษ์ต่างหาก คนเขียนแบบเรียนเป็นคนข้างล่างที่ไม่เข้าใจชีวิตของพวกเรา เขามีสิทธิ์อะไรถึงมาตัดสินว่าเราทำไร่เลื่อนลอย ”

เธอย้อนเรื่องราวของภาพลักษณ์ที่ว่า ชาวเขาเป็นคนตัดไม้ทำลายป่าให้ฟังว่า ชาวเขาตัดไม้ในป่าเพื่อประกอบอาชีพ ตัดเฉพาะบริเวณที่ต้องทำไร่ ไม่ใช่ตัดในพื้นที่ที่กว้างขวาง และไม่ได้ตัดเพื่อค้าขาย หรือนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน เพราะบ้านของพวกเขานั้น แค่ไม้ไผ่ หญ้าคา ก็เพียงพอแล้ว เธอเล่าว่าตนมีโอกาสได้พูดคุยกับพ่อเฒ่าอาข่าคนหนึ่ง พ่อเฒ่าตัดไม้ต้นใหญ่ 1 ต้น เพื่อทำไร่ แต่ไม่รู้ว่าจะนำไม้ไปทำอะไร ก็เลยเผาทิ้ง ถ้าเป็นคนอื่น ไม้ใหญ่แผ่นนั้นคงสร้างเงินให้พวกเขาหรือบันดาลตู้ เตียง โต๊ะไว้ประดับบนบ้านของพวกเขาแล้ว

“ จริงๆ แล้วการตัดไม้ในบริเวณกว้าง ถ้าไม่มีการสัมปทานป่าจากรัฐ นักธุรกิจมาจ้างชาวเขาตัดเพื่อการค้า พวกเราก็คงไม่ถูกตราหน้าว่าทำให้ป่าหมด เป็นคนทำให้น้ำท่วมหรอก ก็ป่าเป็นแหล่งดูดซับน้ำ และน้ำก็ต้องไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ พอน้ำท่วมในที่ต่ำ คนก็เข้าใจว่าป่าบนที่สูงหมด แล้วใครล่ะอยู่บนที่สูง ถ้าไม่ใช่ชาวเขา แต่พี่ดูแผนที่ประเทศไทยนะ พื้นที่ที่ไม่มีชาวเขาอยู่อาศัยเลย แล้วทำไมป่ายังหมดอีก ”

“ แล้วเขามาจ้างตัดไม้ ก็ไม่ต้องตัดก็ได้นี่ ” ฉันถามด้วยความไม่เข้าใจ

“ ความยากจนนะพี่ ไม่มีอาชีพก็รับจ้างทั่วไป ชาวเขาเมื่อก่อนไม่ได้มีความรู้มากมายเหมือนสมัยนี้ พอป่าหมด เพราะน้ำมือของใครก็ไม่รู้ แทนที่จะแก้ปัญหาที่ความยากจน ที่เป็นสาเหตุหลัก ก็ย้ายคนบนดอยลงมาอยู่บนพื้นราบ เพื่อรักษาป่าไว้ ทีนี้ยิ่งจนไปใหญ่ ที่ดินที่ปลูกผักทำไร่ได้ก็ยิ่งน้อย อะไรๆ ก็บีบคั้นไปหมด ”

“ แล้วเรื่องฝิ่นล่ะ ตอนนี้ไม่มีการปลูกแล้วนี่ พี่ว่าคนข้างล่างเขาก็คงจะลบภาพในมุมนี้ออกไปแล้วล่ะ ”

เธอนิ่งไปสักพักก่อนจะเอ่ยคำตอบออกมาว่า ในอดีตชาวเขาปลูกฝิ่นเพื่อเป็นยา แต่ก็มีการเสพติดด้วย เข้าทำนองที่ว่าปลูกเองเสพเอง แต่ไม่มีการปลูกเพื่อทำการค้าในระดับธุรกิจ เธอยืนยันว่าภาพของดอกฝิ่นที่ชูช่อเต็มทั่วหุบเขานั้น เป็นดอกฝิ่นสำหรับการค้าของนักธุรกิจจากถิ่นอื่น ภาพดอกฝิ่นกับชาวเขาจึงยังอยู่ในความทรงจำของหลายๆ คน พร้อมๆ กับการรับรู้ภาพใหม่ระหว่างคนบนดอยกับดอกไม้หรือพืชพันธุ์เมืองหนาว

ในขณะที่ฉันตื่นเต้นกับข้อมูลที่ได้รับรู้ ส่วนเธอก็กระตือรือร้นในการถ่ายทอดข้อมูล เสียงของภาพยนตร์โฆษณา จากโทรทัศน์ก็กระทบเข้าสู่โสตประสาท ของเราสองคน “ ขักรกภาษาติ๊กครับ ” ฉันผู้เคยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับสำเนียงภาษาที่น่ารักของชาวเขา ที่สื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโฆษณา ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์นำมาล้อเลียนเพื่อสร้างความตลกขบขันและสนุกสนาน แต่เวลานั้นฉันลอบมองใบหน้าของเธอ

“ เรื่องสำเนียงนี่ เขาก็ขยันเอามาล้อจริงๆ เลยนะพี่ ก็เราไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักนี่ เวลาพูดมันก็เพี้ยนบ้างสิ แต่อย่างน้อยเราก็ยังพูดภาษาไทยได้ แต่คนจากที่อื่นกลับพูดหรือฟังภาษาเราไม่ออก หนูว่ามันน่าภูมิใจมากกว่า ”

ฉันพยักหน้าเห็นด้วย ในความเห็นของฉัน ภาษาของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ถือเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นภูมิปัญญาที่ล้ำค่าทีเดียว ฉันเห็นว่าการมีวัฒนธรรม ขนบประเพณีที่ดีงาม ควรจะรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนและมั่นคง ซึ่งเธอก็เห็นด้วยกับความเห็นนี้เช่นกัน

บทความนี้ เพียงเพื่อต้องการสะท้อนสิ่งที่คนอยู่บนดอยคิดและรู้สึก โดยผ่านการพูดคุยกับเยาวชนอาข่าผู้หนึ่ง เพื่อให้คนพื้นราบได้เข้าใจในความเป็นชาวเขา เพราะฉันเชื่อว่าทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรือไม่ดีระหว่างบุคคลหรือมวลชน ทัศนคติเชิงบวก ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อแต่ละวิถีของคนหลากหลายชาติพันธุ์ จะทำให้คนที่อยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินเดียวกันได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสุข สงบ และสันติ

 


คุณคิดอย่างไง ให้เราได้รับรู้ด้วยคะ

ตั๋ง ม.ธุรกิจบัณฑิต ปี 3: ...เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คนเมืองจะทำความเข้าใจกับชาวเขาใหม่..ไม่ว่ากับเผ่าใดก็ตาม..ที่เข้าใจอยู่แล้วก็ขอบคุณมาก...เกลียดพวกชอบล้อคนดอย...ใครอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิญได้ที่อีเมลล์...
  (20.04.2006, 16:32)


ตั๋ง ม.ธุรกิจบัณฑิต ปี 3: ...เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คนเมืองจะทำความเข้าใจกับชาวเขาใหม่..ไม่ว่ากับเผ่าใดก็ตาม..ที่เข้าใจอยู่แล้วก็ขอบคุณมาก.....ใครอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิญได้ที่อีลล์...teetung_02@hotmail.com
  (20.04.2006, 16:34)


นุ: คนในเมืองเข้าใจพวกเรา(ชาวเขา)ผิดไปมาก
  (26.04.2006, 21:42)


ya pa ayer.: Hi, I am lahu people living in Visalia, CA. Few years ago, I went back to visit my relatives in Thailand and Laos, and I saw Kuon jesus kao pai ko sna nai mu ban. lak kok ao pai jesus pai tid pai tam nai ta nuon wa jesus pok khong nai louk. pom kit wa, ni pen kwam pra mat lak du took kuon chao kao mak gen pai. pom yak hai tuk tuk kuon kit du. mai wa chao a rai kok tam, rao mi kuam ru suk, mi lut muon kuon en duay. rao tong ham lak yut kao kao ma tam yang ni hai por rao sear na lak sear tuo.
  (09.05.2006, 03:04)


พาชิแก..ชมรมชาวเขาจุฬาฯ: ช่าย..เห็นด้วยอย่างยิ่ง คนที่ไม่เคยได้ไปสัมผัสกับชีวิตจริงๆของพวกเขา..ไม่มีทางรู้หรอกว่าชาวเขาเป็นยังไง..เท่าที่ผมได้อยู่กับเขาช่วงไปค่าย ทำให้ผมรู้ว่าเขามีความรู้สึกนึกคิดที่ใสบริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีมารยา ไม่มีความคิดอกุศลไปแปะเปื้อน อยู่ด้วยแล้วมีความสุข คนพื้นราบน่าจะ เอาอย่างเค้านะ ไม่ใช่ มัวแต่ไปมองเขาในทางที่ไม่ดี และไม่ชอบที่สุดเลย พวกที่ชอบหาผล ประโยชน์จากชาวเขาเนี่ย
  (09.05.2006, 16:28)


Ladita: คนไทยพื้นราบที่โง่ๆ มีอีกมากในประเทศไทยค่ะ โง่แล้วยังอวดฉลาด ส่วนคนดี มีบ้างแต่น้อยค่ะ วันหนึ่งที่..... อำเภอแม่สอด ตอนไปย้ายสัมมโนครัวให้พี่ชาย....ปลัดงี่เง่าเขียนไว้ใน สำเนาบัตรประชาชนของพี่ชาย ฉันว่า....พูดไทยไม่ชัด สงสัยต่างด้าว....ปลอมแปลงเอกสาร.....Stupid
  (19.05.2006, 18:04)


akha*-* ma: เป็นบทความที่ดีมาก...น่าดีใจมากเลยที่คนไทยพื้นราบพยายามทำความเข้าใจถึงความรู้สึก ของชาวเขา เพื่อลดช่องว่างหลายๆอย่างที่เกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็คือ คุณ..ผู้เขียนบทความเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจชาวเขาและพยายามเพื่อให้คนพื้นราบทุกคนมองชาวเขาในภาพลักษณ์ใหม่ ในฐานะที่ตัวเองเป็นชาวเขาเหมือนกัน รู้สึกดีใจที่ได้อ่านบทความที่คุณเขียนนี้ เป้นกำลังใจให้คุณเสียงสะท้อนจากบนดอย.. ค่ะ
  (20.05.2006, 23:40)


akha-ya: ผมในฐานะคนอ่าข่าคนหนึ่งขอขอบใจในความมีนำใจของผู้เขียนบทความนี้มากที่พยายามจะให้คนพื้นราบได้ทราบถึงเสียงสะท้อนของชาวเขา ถึงความรู้สึกที่พวกเรามีต่อคนพื้นราบเมื่อคราวที่ถูกดูถูกเหยียดหยามหรือลบหลู่ประเพณีวัฒนธรรม ว่าพวกเรารู้สึกเสียใจมากแต่เราก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ได้แต่เพียงรอวันที่คนพื้นราบจะเข้าใจในความเป็นคนพื้นที่สูงในสักวันเท่านั้น กระผมเชื่อว่าคนพื้นราบเป็นคนที่ใจดีและมีนำใจที่งดงามดั่งชื่อของประเทศว่าสยามเมืองยิ้ม และคงไม่ทำการแบ่งชนชั้นวรรณะเพราะเราอยู่ร่วมใต้ร่มพระบารมีของพ่อหลวงองค์เดียวกัน (เรารักพระเจ้าอยู่หัว) ผมก็ขอให้คนพื้นราบได้เข้าใจพวกเราชาวเขาบ้างนะครับ ขอบคุณมากๆสำหรับบทความของพี่ฉบับนี้หวังว่าคงมีฉบับต่อๆไปให้ได้อ่านนะครับ จากเสียงน้อยๆของคนอ่าข่า
  (12.06.2006, 11:02)


น่อบือเล่อ: ดิฉันในฐานะปกาเกอะญอเผ่ากะเหรี่ยงอีกคนอยากให้คนไทย(บางกลุ่ม)เลิกเหยียบหยามในเผ่าของพวกเรา เพราะยังไงพวกเราก็อยู่ใต้ร่มธงไทยเหมือนกัน
  (16.07.2006, 11:59)


ท๊อป: ดีใจครับที่หลายคนมาบอกเล่าถึงความเป็นจริงของชาวเขา ก็อย่างว่าครับคนพื้นราบเห็นว่าชาวเขาเป็นตัวตลกในสายตาของพวกเขาถึงได้เอามาล้อเลียนกันเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นการพูดล้อเลียน การแต่งกายล้อเลียน (แต่งไม่ถูกเผ่า นำชิ้นผ้าหลายเผ่ามารวมกันในคนเดียว) ทำเพื่อแค่การค้า ธุรกิจหรืออย่างอื่น ใช่ว่าคนไทยจะเก่งไปซะทุกคน โง่ งี่เง่าก็เยอะแยะ คนดีที่สมบูรณ์ย่อมรู้ว่าอะไรคืออะไร ย่อมมีเหตุมีผล แต่คนที่ไม่ดีแล้วยังโง่เง่า ว่าคนโน้น คนนี้ ล้อคนโน้คนนี้ เนี่ยเหรอที่เขาเรียกว่าคนไทยใจดี ,สยามเมืองยิ้ม ,มีน้ำใจคือคนไทย ถ้าผู้ที่เข้ามาอ่านเป็นคนไทย ก็ขอโทษครับ เพราะผมไม่ได้หมายถึงคนที่ดี แต่เขียนถึงคนที่เยียดหยามดูถูกคนอื่น
  (19.07.2006, 15:10)


ลุงบูลย์: เป็นบทความที่ดีมาก ทำให้ผู้ที่ไม่เคยรู้เรื่องของชาวเขา และคิดว่าชาวเขาตัดไม้ทำลายป่า ตามที่รับสื่อมาจากคนที่ไม่ไคยได้สัมผัสชีวิตชาวเขาอย่างจริงจัง ได้เข้าใจ ดู ๆ แล้วเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ที่น่ารักมาก แต่ปัจจุบันคำว่า "พัฒนษ" เริ่มทำให้เขาสูฯเสียความบริสุทธิ์ไป
บทความนี้น่าอ่านมาก ๆ ขอบคุณท่านผู้เขียน
  (21.07.2006, 13:47)


กลุ่มพลังแห่งขุนเขา: ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ที่ช่วยทำให้อีกหลาย ๆ คนเข้าใจถึงพวกเรามากขึ้น แต่ก็คงต้องยอมรับนะว่าคนทุกคนย่อมมีสองด้านเสมอ คือด้านที่ดีและไม่ดี ดังนั้นมุมมองที่คนหนึ่งคนจะมองคนอื่น ๆ จึงมีความแตกต่างกันออกไป แต่ก็ขอให้พวกเรา ชาวเขาทุกคนภาคภูมิใจในชาติกำเนิดของตน และเรียนรู้ถึงมุมมองที่ไม่ดีจากคนอื่นเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในรูปแบบวัฒนธรรมของเราเอง
  (27.07.2006, 14:48)


Gueih jian Saechao: ka kop koon mak mak tuk tuk kun ti dai kien but kuam lao ni, pom kao jai wa manut kun rao krai krai kok ben kun muon kaan, rao dong kao jai kaan lak nap ter kaan. young nan chi wit rao and pra tet rao jeng ja len lak dam nen ken muon pra tet en. kor kop jai
  (28.07.2006, 02:59)


หน่อย: ค่ะคนไทยบางคนงี่เง่ามากๆ พูดไม่ค่อยรู้เรื่องเลยด้วย เวลาชาวเขาไปซื้อของไม่ค่อยมีคนสนใจ แต่เวลาคนไทยแต่งตัวดีหน่อยแหมรีบเทคแคร์เชียว หารู้ไม่ว่าคนไทยบางคนหน่ะไม่มีตังหรอกมีแต่มาด รู้จักไหมค่ะ ผ้าขี้รี้วห่อทอง ไม่ใช่ค้ายานะ แต่เพราะความขยันต่างหาก
  (10.08.2006, 14:12)


ซี: อยากมีเพื่อนคนดอยมาก ๆชอบภาษา การแต่งกาย 047880402 ค่ะใครอยากมีเพื่อนมาทางนี้น่ะชื่อ ซี อายุ19ค่ะเรียนเอกบัญชี
  (22.08.2006, 15:02)


โส่โลลี้: เข้าใจและรู้สึกเฉกเช่นเดียวกันกับ พี่น้องชาวเขาทุกคน ขอให้ทุกๆคนจงภาคภูมิใจในชาติพันธ์
ยืดอก เชิดฉาย งามสง่าในสังคมที่ฉาบฉวย
  (31.08.2006, 19:12)


sap: ขอให้มีความภูมิใจ
  (04.10.2006, 15:07)


sab: ขอให้มีความภูมิใจ
  (04.10.2006, 15:08)


nu_putong@hotmail.com: กระเหรี่ยงอมก๋อยอยู่ไหนบ้างมาคุยกันหน่อยซิ
  (26.11.2006, 18:14)


เด็กน่าน: เราเกิดมาร่วมโลกเดียวกัน อยุ่ในประเทศเดียวกัน เราจึงเปรียบเสมือนเพื่อนกันไม่ว่าคุณจะเปณครัย ชนเผ่าใด คุณก็ยังเปณไทยเปณเพื่อนร่วมโลกใบเดียวกัน รักเพื่อนทุกๆคนครับ
  (07.02.2007, 23:08)


ร: เกิดมาเพื่อเบียดเบียดกันจะเกิดมาทำไมเหรอ คนไทยน่ะรูตัวป่าว
  (27.04.2007, 11:56)


พาแอะ: มีคนรัก ย่อมมีคนเกลียด มันเป็นสัจธรรมของมนุษย์ นะครับ
  (19.06.2007, 19:02)


เด็กดอย: ถึงเราจะเป็นชาวเขาแต่เราก็มีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์เหมือนๆกัน บางครั้งชาวเขาก็พูดภาษาไทยได้ชัดกว่าบุคคลที่บอกว่าตัวเองเป็นไทยแท้ น่าอายจังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  (19.07.2007, 13:16)


อ้อม: ที่ ม.จุฬามีชมรมชาวเขาด้วยเหรอ
อยากเป็นเพื่อนกับพาชิแกจัง
เราอยากได้เบอร์อะ ขอเบอร์ได้ไหมค่ะ
  (16.08.2007, 14:36)


วิศาล มาเยอะ: เป็นการเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงผมขอพูดตรงๆผมก็พูดชัดไม่แพ้คนพื้นราบหรอกบางทีฉลาดกว่าด้วยซ้ำทุกวันนี้พัฒนาเร็วไม่ว่าการศึกษาหรือด้านกีฬาลองมาแข่งกันดูไหมภูมิใจที่เกิดมาเป็นชาวเขา(อาข่า)ครับ
  (12.09.2007, 15:15)


หนุ่มกรุงเทพฯ: ผมผิดอะไร เคยได้ยินว่าคนกรุงฯชอบหลอกลวงสาวเหนือต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว ขอความเป็นธรรมตัดสินด้วยว่ากรณีนี้ใครผิด เรื่องก็คือ ผมได้รู้จักกับสาว บ้านเลขที่ 39 หมู่ 14 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่บ.แห่งหนึ่งจ.สมุทรสาคร เธอน่ารักนะเมื่อใกล้ชิดความสัมพันธ์ก็มากขึ้น ผมตั้งข้อแม้ไว้ว่าช่วงเวลาที่คบกันขอให้เธอบอกหรือเล่าความจริงทุกอย่างให้รู้ทั้งหมดห้ามโกหกปิดบังต่อกัน การกระทำที่แสดงออกมาของเราทั้งสองคนและผู้คนรอบข้างได้รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน จนเราได้เสียกัน ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างที่ได้ล่วงเกินเธอไป เพราะว่าผมรักเธอ แต่แล้วคืนหนึ่งจู่ๆเธอก็บอกกับผมว่า เธอมีความจริงจะสารภาพกับผม "พี่เราเลิกกันเถอะ พี่ไม่ใช่คนแรกของน้อง น้องมีคู่หมั้นแล้วเรียนอยู่ที่ จ.เชียงราย รอกลับไปแต่งงาน คิดเสียว่าคำพูดที่น้องเคยบอกว่ารักพี่ น้องโกหกก็แล้วกัน ที่ผ่านมาก็แค่สนุกๆ เราทั้งสองต่างก็มีความสุขด้วยกัน อย่าไปคิดอะไรมาก เพราะว่าน้องเคยผ่านผู้ชายมาแล้ว 2 คน พี่นะเป็นคนที่ 3 " เหมือนฟ้าผ่าเข้ามาที่กลางหัวใจ กับคำพูดของสาวที่รัก ( กฤษณา จางวัน น้องติ๋ว )ชาตินี้ผมจะไม่มีวันลืมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ความจริงผมไม่เสียหายอะไร มีก็แต่เสียความรู้สึก ผมได้รู้ความจริงว่าเธอประชดแฟนที่ทะเลาะกันโดยใช้ผมเป็นเครื่องมือหรือเกมส์ในการดึงแฟนกลับมา ยอมลงทุนใช้ร่างกายเข้าแลก "ก่อนเอ่ยคำว่ารักให้กับใคร โปรดจงตรองใจดูให้ดี อยากให้ลองคิดดูอีกที ว่าใจดวงนั้นมันว่างไหม อย่าเอ่ยคำว่ารักให้กับฉัน หากว่ารักนั้นยังสั่นไหว อย่าหลอกกันให้รักแล้วจากไป ปล่อยให้จิตใจต้องเปลี่ยวเหงา ตรองดูให้ดีว่ารักที่มีต่อกัน ที่เธอให้ฉันมันซ้ำมันซ้อนกับใคร อย่าให้ต้องซ้ำเพราะความที่ไม่แน่ใจ ว่าสิ่งใดคือรักที่แท้แน่นอน อย่าเอ่ยคำว่ารักมาอีกเลย ปล่อยให้ลงเอยให้ผ่านไป อยาเอ่ยคำว่ารักให้เจ็บใจ ปล่อยให้ผ่านไปก็คงลืม"ทำได้อย่างไรโกหกผม โกหกแฟน และสำคัญที่สุดก็คือ โกหกตัวเอง ในเมื่อตัวเองยังไม่รักตัวเอง ก็อย่าหวังว่าชาตินี้จะมีใครรักอย่างจริงใจโดยเฉพาะแฟนที่ขนาดเรื่องสำคัญขนาดนี้ยังกล้าทำ บาปกรรมนี้จะติดตัวไปจนตาย สุดท้ายนี่ฝากสอนไว้ว่า จงซื่อสัตย์กับตัวเองและคนที่เรารัก อย่าได้คิดนอกใจอีก มีแฟนแล้วจะประชดแฟนอย่าได้ทำอีกมันไม่ดี
  (25.09.2007, 17:25)


คนดอยคนหนึ่ง: ให้ตายซิ นี่ช่างไม่รู้อะไร...ซะจริงๆ อยากรู้ให้ถามดิ อย่าคิดเองว่าเขาเป็นอย่างนั้น เขาก็เข้าใจที่คุณพูด เรียนภาษาไทยเหมือนคุณ อาจจะเรียนสูงกว่าใครบางคนอีก สาธุ
  (01.10.2007, 21:38)


คนรักดอย....เด็ก ม ปลาย: ไม่ว่าจะคนเมืองหรือคนดอยเราก็คนไทยเหมือนๆกันทุกคนมีหัวใจเกิดมาก็ไม่มีอะไรติดตัวมาเติบโตก็ค่อยๆสร้างค่อยๆเรียนรู้ทำไมต้องแบ่งแยกทำไมต้องดูถูกกัน รักกันเพราะเราเป็นคนของแผ่นดินไทยเหมือนกัน
  (19.10.2007, 13:28)


คนรักดอย....เด็ก ม ปลาย: สัญญาว่าถ้าเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเรียนจบครูได้เราจะไปสอนบนดอยหรือถ้าไม่ได้เรียนครูฉันก็จะขึ้นไปอยู่บนดอย.รักดอยมากๆเลยนะ
  (19.10.2007, 13:30)


คนรักดอย....เด็ก ม ปลาย: บนดอยน่าอยู่มากๆเลย แต่เราก็ไม่ค่อยได้ไปเท่าไหร่หรอก แต่ขอบอกว่าเราชอบดอยมากที่สุดเลย
  (19.10.2007, 13:32)


คนรักดอย....เด็ก ม ปลาย: ไม่เข้าใจว่าทำไมคนส่วนใหญต้องไขว่คว้าที่จะเข้าไปอยู่ในเมืองทั้งๆที่ในเมืองมีแต่ควันพิษ มีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน หาคนจริงใจยากเหลือเกิน
  (19.10.2007, 13:34)


คนรักดอย....เด็ก ม ปลาย: ถ้าได้เป็นครูอย่างที่ฝันฉันจะเลือกสอนเด็กบนดอย
  (19.10.2007, 13:42)


คนรักดอย....เด็ก ม ปลาย: ตอนนี้อายุ 16 เรียนอยู่ ม.5 085-8382772 ถ้ามีโครงการพัฒนาหรือว่าต้องการให้ช่วยเหลืออะไรเกี่ยวกับคนบนดอยติดต่อได้นะคะ
  (19.10.2007, 13:45)


คนรักดอย....เด็ก ม ปลาย: คนเหนือน่ารักมากเลยนะคะ อากาศก็ดี สถานที่ก็สวย น่าอยู่มากๆเลย
  (19.10.2007, 13:47)


ส้ม.....ส้ม..ส้ม *-*: ฉันก้เกลียดไอ้พวกที่ดูถูกชาวเขานะถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่ชาวเขาก็เถอะ แตเนรักชาวเขาทุกคน เพราะมีจิตใจที่ดีงาม ไม่เหมือนกับคนเมืองที่วันๆๆเอาแต่สร้างหน้ากากใส่กัน อวดรำ อวยรวย มีแต่หนีสินทั้งนั้น เพราะฉะนั้นชาวเขาจงภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นชาวเขา ที่ไม่มีหนีสินติดตัว
  (19.11.2007, 13:25)


จ่าโบ: ขอให้น้องคนรักดอย ประสบความสำเร็จสมความตั้งใจนะครับ พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องเสมอ ทุกอย่างที่เราฝันจะเป็นจริงได้ไม่ยาก หากเรามีความตั้งใจจริง มีความขยันค้นคว้าหาความรู้อยู่ตลอด ถึงวันนี้ไม่ใช่วันของเรา แต่วันพรุ่งนี้อาจเป็นวันของเรา ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็น ขออย่ายอมแพ้ใจตัวเองนะครับ โชคดีครับ
  (24.11.2007, 14:20)


ju: ดีใจที่เรารักกันนะ...สาวแม่สรวย
  (27.11.2007, 10:42)


LP: ถึงเราจะเป็นชนกลุ่มน้อย แต่เราก็ไม่เคยลืมความเป็นเอกลักษณ์ของเรา ไม่ว่าจะเรียนสูงซักแค่ไหน มีเงินมากสักเพียงใด ก็ยังคงเหมือนเดิม จงภูมิใจ ยิ้มไว้ นะ ทุกคน :-)
  (05.01.2008, 09:58)


คนไม่กล้าใส่ชื่อ: ใครอยากรู้จักเด็กเผ่าขมุหรือมีเรื่องเกี่ยวกับขมุบอกเราด้วยนะรู้สึกว่าเผ่าเราเหลือน้อยเต็มที
  (15.01.2008, 12:31)


8oojkiyd: ใครอยากรู้จักเด็กเผ่าขมุหรือมีเรื่องเกี่ยวกับขมุบอกเราด้วยนะรู้สึกว่าเผ่าเราเหลือน้อยเต็มที
nopparatsa@hotmail.com
  (15.01.2008, 12:32)


M: ฉันอยากจะเป็นครุบนดอย จะได้สอนเด็กนักเรียนให้มีความรู้
  (18.01.2008, 22:22)


เหน่ง: อยากจะเป็นครูบนดอยมากถ้าต้องการให้ติดต่อด้วย 0817892584
  (24.01.2008, 16:27)


เอก: เป็นบทความที่ดีมากครับ ขอบคุณผู้เขียนที่เข้าใจในความเป็นชนเผ่าของพวกเรา
คนพื้นราบบางพวก(กลุ่มใหญ่)มักจะมีอคติกับชนเผ่าอยุ่เสมอ ดูถูก เหยียดหยามต่างๆนานา
ผมเจอเองมากับตัวเอง ผมรักกับภรรยาผมได้เพราะเถียงกันว่าใครเป็นคนตัดไม้ทำลายป่ากันแน่ระหว่างคนดอยกับคนเมือง(ภรรยาผมเป็นคนเมือง ปัจจุบันลูก 2 คนแล้วครับ 555555)
  (29.03.2008, 17:02)


คนไม่กล้าใส่ชื่อ: ระหว่างเรียนก็จะมีปัญหาต่างๆไม่ว่าเป็นเรื่องพูดไม่ชัดบ้าง เชยบ้าง ผมคิดว่าชีวิตผมเหมือนละครไทยเรื่อง ความรักของคุณฉุย โดนดูถูกต่างๆนานา แต่ผมก็ไม่คิดท้อแท้และเอาชนะคนอื่นด้วยข้อเด่นของเรา ให้เขายอมรับเราให้ได้จึงตั้งใจเรียนให้เก่งและเล่นกีฬาให้ดี
ผมเรียนได้อันดับต้นๆและอยู่ห้อง1ตลอดได้ทุนสมเด็จย่าด้วยและผมเป็นนักกีฬาโรงเรียนทุกอย่างเลย ไม่ว่า บอล วอลเลย์ ตะกร้อ บาส ได้ออกไปยืนหน้าเสาธงตลอด มีสาวๆแอบชอบทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่ เป็นที่ยอมรับของคนอื่นไปโดยปริยาย บางคนถึงกับปลื้มก็มี
ผมเลยอยากให้น้องๆอดทนให้มากๆต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห้นว่าเราไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาหรอก
  (29.03.2008, 17:03)


เอก: เราต้องมีเหมือนเขาให้ได้เผลอๆต้องดีกว่าอีก เพราะสันดานคนไทยชอบมองผุ้อื่นด้อยกว่าตัวเองเสมอ มีแต่คอยดึง ฉุด ถ้าเห็นคนอื่นดีกว่า ถึงไม่มีThai town มีแต่china town ทั่วโลก
ผมค่อนข้างแน่ใจเพราะตอนนี้ผมและครอบครัวมาอยู่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย วึ่งกว่าจะมีวันนี้ได้
ผมต้องอดทนกับแรงกดดันต่างๆจนฟันฝ่ามาจนถึงวันนี้ได้ผมจะเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับสัณชาติออสเตรเรียนในปลายปีนี้ครับ
  (29.03.2008, 17:05)


เอก: แต่อย่ารอคอยโอกาสเป็นอันขาด เราต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหามัน อย่าปล่อยให้โอกาสมันหลุดลอยไปนะครับ อย่าอายที่จะบอกคนอื่นว่าเราเป็นชนเผ่า
มีเรื่องเสนอแนะหรือถามไถ่สารทุกขืสุกดิบก็เมล์มาได้นะครับ
ปล. ลืมบอกครับผมลีซูจากลุ่มน้ำปิงเจียงดาว เจียงใหม่ครับ
daogy_den@hotmail.
  (29.03.2008, 17:09)


เอก: comที่มีทุกวันนี้ได้เพราะผมอยากพิสูจน์ให้คนอื่นรู้ว่าผมก็ทำได้ผมอาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดแต่ผมก็ไม่เป้นรองใคร555 ผมคุมงานในบริษัทที่นี่มีลูกน้องกว่าร้อยคน บางคนจบโทก็ยังมีเลยครับ ก้คิดว่าคงไม่ว่ากันนะครับที่ระบายเยอะไปหน่อยบอกตามตรงอึดอัดมานานครับอยากให้
  (29.03.2008, 17:11)


เอก: น้องๆชนเผ่าที่เรียนอยู่หรือที่คิดเรียนต่อก้ตั้งใจเรียนมาพัฒนาบ้านเราอยากให้ชนเผ่ารักกันไม่ว่าเผ่าไหนก็เป็นพี่น้องกันนะครับและประกาศให้โลกรู้ว่าเราก้ทำได้อย่างเขาเหมือนกันขอเพียงแค่ให้ โอกาสกับเรา
  (29.03.2008, 17:11)


เอก: คนเราเลือกเกิด จน รวยไม่ได้แต่เราเลือกเป็นคนดีได้ครับพี่น้อง
เก่งแต่เลว เก่งแต่โกงชาติฉิบหมด
ไม่เก่งแต่ดี เก่งและดีชาติเจริญยิ่งครับพี่น้องงงง
  (29.03.2008, 17:17)


คนนอกกรอบ: เราเป็นคนหนึ่งที่ถูกจัดเป็นคนพื้นราบ...เมื่อก่อนเราไม่เคยสนใจ ไม่เคยแม้แต่จะเข้าใจถึงชีวิตของคนอีกกลุ่มหนึ่งเลย แต่มาวันนี้เราอยากเปิดโลกของตัวเองให้มากขึ้น เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะให้ความช่วยเหลือ แม้เป็นความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย แต่เราก็อยากทำ
  (19.04.2008, 15:19)


ฟาม: อยากให้พี่น้องชาวดอยทุกคนตั้งใจเรียนสูงๆ จะได้ฉลาดไม่ให้คนอื่นว่าได้ว่าโง่ทั้งๆ ที่คนดอยมีสติปัญญามากกว่าด้วยซ้ำ
  (22.07.2008, 13:32)


ความเห็นของคุณ

ชื่อ:
อีเมล์ หรือ โฮมเพจ:

เข้าพิพิธภัณฑ์ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานข่าว : สมุดเยี่ยม : ติดต่อเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ โดย ฅนบ้านนอก เจ้าของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและข้อมูลภายในเว็บไซต์แห่งนี้ หากท่านประสงค์จะนำไปเผยแพร่่ สามารถเผยแพร่ได้
JavaScript Menu By Milonic.com