หกเผ่าชาวดอย|เกี่ยวกับโครงการ|กระดานข่าว|สมุดเยี่ยม|English 
หน้าบ้าน กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน ลาหู่ ลีซู อ่าข่า คะฉิ่น ดาราอั้ง
อื่อธา เป็นบทกวี เป็นลำนำเพลง เป็นวรรณกรรมของชาวปวาเกอญอ เนื้อหาของอื่อธาคือทุกสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชาวปวาเกอญอ ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม ธรรมชาติ เป็นต้น ผู้เฒ่าปวาเกอญอเล่าว่า อื่อธามีมากมาย มากกว่าใบไม้ในป่าเสียอีก อื่อธาเป็นวรรณกรรมที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ชาวปวาเกอญอพบเห็นสิ่งใดผ่านตา ก็นำมากล่าวเป็นบทอื่อธาได้ทุกอย่าง จะเห็นได้จากกำเนิดของอื่อธา ตามที่ พะตีจอนิ โอ่โดเชา ผู้เฒ่าปวาเกอญอแห่งบ้านหนองเต่า อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เล่าถึงความเป็นมาว่า

เตหน่า
ครั้งหนึ่งในงานศพของชาวปวาเกอญอ มีผู้คนไปร่วมงานมากมาย ผู้หญิงคนหนึ่งถือขันโตกอาหารมาต้อนรับแขก ด้านหลังของเธอเป้ลูกน้อยไว้ น้ำหนักของลูกทำให้เธอยกขันโตกเหวี่ยงไปมา กระแทกคนโน้น กระแทกคนนี้ ก็เลยมีคนร้องเพลงขึ้นมาว่า ขันโตกเอ๋ย ขันโตกเอ๋ย นางกระแทกนี่ กระแทกโน่น ร้องไปร้องมาก็มีคนมาฟัง เล่าลือกันไปว่าไพเราะเพราะพริ้ง อีกหนึ่งเหตุการณ์ของการกำเนิดอื่อธาก็มาจากงานศพเช่นกัน มีชายหนุ่มเดินทางจากบ้านมาไกลเพื่อมาร่วมงานศพ ระหว่างทางเจอเต่า เขาผูกขาเต่าไว้กับต้นไม้ก่อนแล้วมาร่วมงาน แต่ต้องอยู่ในงานทั้งคืน จึงกล่าวคำพูดขึ้นมาเป็นเสียงเพลงว่า ตะวันแจ้งเร็วๆ จะกลับไปกินแกงเต่า จะเห็นว่า เพียงแค่ความรู้สึกนึกคิด คนปวาเกอญอก็สามารถสื่อออกมาเป็นคำร้อง และนำดนตรีจากธรรมชาติมาเป็นทำนองขับขาน
อื่อธาแบ่งได้เป็นหลายประเภทมาก ทั้งหมวดงานศพ , งานแต่งงาน , ศาสนา , เครื่องดนตรี เช่น เตหน่า แกว , บทของชายหญิง เป็นต้น ที่มาของเสียงที่ชนเผ่าปวาเกอญอนำมาร้องเป็นทำนองอื่อธา เริ่มแรกเป็นเสียงเลียนแบบจากธรรมชาติที่พวกเขาผูกพันและคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเสียงนกร้อง เสียงน้ำตก เสียงปลากระโดดน้ำ เสียงจักจั่น เสียงหมู เสียงวัว เสียงนกยูงรำแพน เสียงไม้ไผ่ต้องลมหรือไหวเอนเสียดสีกัน หรือเสียงจากการเคาะไม้ไผ่ ซึ่งไม้ไผ่แต่ละท่อน เสียงจะดังแตกต่างกัน หรือเสียงลมที่ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมจากทิศหนือ ทิศใต้ หรือลมหมุน ถือว่าชาวปวาเกอญอเป็นชนเผ่าที่ช่างสังเกต พวกเขานำเสียงจากธรรมชาติมาร้องเป็นทำนองเพลง เป็นเสียงดนตรีของบทกวีอื่อธา
ยามขับอื่อธา พวกเขาจะเอื้อนเอ่ยบทกวีพร้อมส่งเสียงออกมาจากภายในร่างกาย แต่ฟังเสมือนเป็นเสียงจากธรรมชาติ เช่น อื่อธาในงานศพ เสียงที่สื่อถึงความเศร้าใจ อาลัยอาวรณ์ ประหนึ่งว่าเป็นเสียงนกเงือก เสียงช้าง หรือเสียงสรรพสัตว์ในป่าร่ำไห้ที่เพื่อนพ้องพี่น้องได้จากไป หรือเสียงหัวเราะ สำเนียงเสียงที่เบิกบานของเหล่าสัตว์ต่างๆ คือทำนองอื่อธาที่ชาวปวาเกอญอนำมาขับขานในงานแต่งงาน เป็นต้น
แรกเริ่มของการขับอื่อธา ชาวปวาเกอญอเลียนเสียงจากธรรมชาติ โดยใช้พลังเสียงจากภายในร่างกายขับเป็นเสียงดนตรี แต่เมื่อชนเผ่าได้พัฒนาศิลปะเครื่องดนตรีขึ้นมา อื่อธาจึงมักจะใช้เครื่องดนตรีประจำชนเผ่าประกอบการร้อง โดยเฉพาะการขับอื่อธาให้ไพเราะนั้นต้องขับขานพร้อมกับการเล่น “ เตหน่า ”
เตหน่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของชาวปวาเกอญอ มีมาแต่โบราณกาล รูปร่างลักษณะคล้ายพิณ ฐานทำด้วยขอนไม้น้ำหนักเบา เจาะเป็นโพรง คันมีลักษณะโค้งงอ ระหว่างฐานกับคันจะขึงสายเตหน่า สมัยก่อนชนเผ่าปวาเกอญอนำเครือหญ้า เถาวัลย์ หรือหวายเส้นเล็กๆ แช่อ่างน้ำผึ้งแล้วตากให้แห้ง มาทำเป็นสายเตหน่า แต่เตหน่าที่พบเห็นในปัจจุบัน ส่วนมากทำมาจากทองแดงหรือลวดเหมือนสายกีตาร์
ปวาเกอญอเป็นชนเผ่าที่รักความสงบ มีความสุขกับธรรมชาติ ดนตรีของชนเผ่าจึงสื่อถึงอุปลักษณะนิสัยของพวกเขา ดั่งเสียงเย็นๆ สงบของเตหน่า ผู้เฒ่าปวาเกอญอเล่าว่า ในอดีตชายหนุ่มปวาเกอญอจะต้องมีเตหน่าไว้ประจำกาย เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ในการเกี้ยวพาราสี ชายหนุ่มกรีดนิ้วบนสายเตหน่าพร้อมขับขานลำนำเพลงอื่อธา เพื่อมัดใจหญิงสาว คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงว่า สมัยก่อนถ้าใครเล่นเตหน่าไม่เป็น ขับอื่อธาไม่ได้ คงจะครองโสดไปตลอดชีวิต
นอกจากนั้นคนเฒ่าคนแก่ก็ยังใช้เตหน่าประกอบการเล่านิทานให้ลูกหลานฟัง พอเล่าถึงตอนที่จะสอดแทรกคติสอนใจ ก็จะขับอื่อธาไปด้วย ถือเป็นวิธีการถ่ายทอดอย่างเป็นธรรมชาติทีเดียว อย่างที่กล่าวถึงตั้งแต่ต้นว่า ผู้เฒ่าปวาเกอญอ สามารถกล่าวบทกวีได้ในทุกประเด็นที่ผ่านเข้ามาในสายตาและความคิด พวกเขาจึงถ่ายทอดให้ลูกหลานทั้งในชีวิตประจำวัน และยังมีการถ่ายทอดในโอกาสพิเศษ เช่น ในพิธีกรรมและเทศกาลต่างๆ

แกว

พะตีจอนิเล่าว่า สมัยก่อนชุมชนของปวาเกอญออยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เด็กๆ อยู่กับครอบครัว พวกเขาได้ยินเสียงจากธรรมชาติ มีโอกาสได้เรียนรู้ความเป็นมา เรียนรู้เรื่องราว และขับขานอื่อธา แต่ปัจจุบัน เด็กๆ ได้เรียนรู้จากโลกภายนอก เรียนรู้ภาษาอื่น ซึ่งสื่อสารง่ายและสะดวกกว่า เครื่องเสียง โทรทัศน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เด็กๆ จึงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ นอกจากจะมีพิธีกรรม หรือเทศกาลเท่านั้น กระนั้นก็เถอะ ฉันคิดว่าอย่างน้อยเทศกาลหรือพิธีกรรมต่างๆ เหล่านี้ ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ผู้เฒ่าปวาเกอญอจะบรรเลงเตหน่าพร้อมขับขานอื่อธาให้ลูกหลานได้รับรู้
บทกวีที่ไพเราะขับขานคู่กับดนตรีเสียงเสนาะ ช่างเป็นศิลปะที่ควรแก่การถนอมรักษา โดยเฉพาะบทกวีจากวิถีชีวิต วิธีคิดที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า อื่อธากับเตหน่าของปวาเกอญอ จึงถือเป็นคู่แท้ที่มีค่าของชนเผ่า ที่เยาวชนปวาเกอญอรุ่นหลัง ควรจะสืบสานให้ตำนานบทกวี เสียงดนตรี อยู่คู่กับชนเผ่าต่อไป ไม่ใช่สูญหายไปพร้อมกับร่างกายและจิตวิญญาณของผู้เฒ่าชนเผ่า

 


คุณคิดอย่างไง ให้เราได้รับรู้ด้วยคะ

tee: test2
  (30.03.2006, 13:21)


จอหลู่แบ โพซะโพฮิพาบะโคะ: เตอะหน่า,แก่ว และการอื้อธา สื่อวิถีของชนเผ่าปวากะญอ คือความสวยงามของลำนำขับกล่อม ช่วยกันสืบสานอนุรักษ์ให้อยู่คู่กับชาติพันธ์ของเราตลอดไป
  (11.04.2006, 11:59)


ซอชะวาแม่ฮ่องสอน: ใครมีบทอื้อธา ส่งมาให้อ่านบ้างเน้อ
  (03.05.2006, 12:11)


นุ: คนปวาเก่อญอมีความเป็นศิลปินในตัวอยู่แล้ว
  (03.05.2006, 22:17)


พะตี่เซงะเพลาะ: ธรรมชาติ ขับกล่อม
สื่อ สัมผัส ผ่าน ลำนำ
ทา เสียงแกว เตหน่า
แทนหัวใจ ปกาเกอะญอที่ร่ำร้อง
  (18.05.2006, 14:55)


หน่อเส่อดา: อยากเห็นผู้ชายปกาญอเป่าแกวงได้จังตอนเด็กๆเคยเห็นเค้าเป่ากันเวลาเกี่ยวข้าวสมัยนี้มีบ้างใหมที่เป่าได้ห่างจากบ้านบนดอยนานมากแล้วแต่ก็กลับบ่อยสัก1-2 วันเพราะต้องทำงาน สอนหนังสือหยุดแค่เสาร์-อาทิตย์ รอวันที่จะได้กลับไปเป็นครูดอยจัง เรายังทอผ้าได้นะ
  (23.06.2006, 14:01)


หนุ่ย เมธี: บรรยายถึงธรรมชาติ รู้สึกถึงได้อยู่ใกล้บรรพบุรุษปกาเก่อญอ
และเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้
  (26.06.2006, 13:39)


หนุ่ย เมธี: ถ้าหากลงเนื้อหาของวิธีการ เล่น และมีบริการเผยแพร่สำหรับคนที่อยากมีไว้เพื่อเป็นคนสืบทอดต่อไปคงจะดีไม่น้อย โดยเฉพาะ ผมครับ
  (26.06.2006, 13:42)


ศักด์ศรี: เรโดะๆ อยากเห็น การใช้เครื่องคนตรีของปากอญอ มามาประยุคใช้กับเครื่องคนตรีสากล
ผมว่าเป็นอะไรดี มาก ดนรีของปากะญอ
พระเจ้าอวยพร อยาวโช่เง

เพื่อนๆถ้าว่างส่งเมลล์มาได้
(นศ.พระคริสตธรรมเพ็นเทคอสฯ)
  (26.06.2006, 16:26)


หน่อบือเล่อ: อยากเห็นหนุ่มสาวปกาเกอะญอสมัยนี้อื่อจาจัง
  (06.07.2006, 18:00)


น่อต่าชี่: อยากเห็นหนุ่มบ้านแม่คออื่อธาจัง
  (12.07.2006, 10:31)


หน่อลอแอ่: คิดถึงปกาเกอะญอแม่แจ่มจัง
  (06.09.2006, 16:32)


สมศักดิ์ เปรียญ.: น่าจะมีตัวหนังสือภาษากะเหรี่ยงเก็บไว้ในเวบนี้ เพื่อจะได้ศึกษา
  (13.10.2006, 17:39)


nu_putong@hotmail.com: หนังสือภาษากระเหรี่ยงมีแต่ว่าแป้นพิมพ์ดีดยังไม่มีใครทำเอาเป็นว่างๆจะส่งให้ดู
  (26.11.2006, 18:17)


ธีร์: ธา คือบทลำนำหรือบทเพลงที่มีความไพเราะแฝงไปด้วยคำสอน ความรู้ต่างๆมากมายและยังเป็นมรดกที่ควรแก่การรักษา
  (04.01.2007, 12:08)


ธีร์: teerawatbbb@hotmail.com
  (04.01.2007, 12:10)


ฉ่าตูลู: ชอบมาก..ที่เห็นรูปหนุ่มน้อยกำลังเล่นเตหน่า
อยากเรียนเตหน่า เสียดายแถวบ้านเราไม่มีผู้เฒ่าเล่นได้ พี่น้องท่านใดมีโอกาสรีบให้อาพือ สอนนะก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสได้เห็นวัฒนธรรมดีๆของเรา แล้วถ่ายทอดให้กันบ้างจะได้ช่วยกันอนุรักษ์ ทั้งการอื่อธา การเป่าแกว ด้วย
  (11.06.2007, 01:50)


ประชัน: ทาอุ
  (12.06.2007, 14:20)


มื่อเกอะนอแม่หลุคีแม่แจ่ม: ธา คือสิ่งที่ปกาเกอะญอทุกคนต้องศึกษาและสืบทอดกันต่อไป
  (13.06.2007, 16:06)


poy -muay: ขอบคุณพระเจ้าที่เกิดมาเป็นปาเกอญอน่ารัก ได้อยู่กับธรรมชาติแม้จะไม่ใช่คนที่มั่งมีอะไรแต่ก็มีความสุข พาโดะๆ และก็ชอบวิถีชีวิตที่เรียบง่ายไม่ยุ่งยากและที่สำคัญปาเกอญอส่วนใหญ่จะชอบเล่นดนตรี ร้องเพลงเพราะ สรรเสริญพระเจ้า ยังงัยก็ช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรมของเราไว้นะคะ
  (18.06.2007, 16:29)


สาวแม่ฮ่องสอน: อยากเห็นหนุ่ม-สาวปเกอญออื่อทากันเป็นจัง คงจะดีมากเลยนะเราเองเป็นปเกอญอเต็มตัวแต่ก็อื่อทาไม่เป็น ใครมีความรู้ด้านนี้หรือมีบทอื่อทามาให้ดูบ้างนะหรือมาคุยกันก็ได้นะ fon_yanon@hotmail.com
  (27.07.2007, 10:40)


สาวแม่ฮ่องสอน: อยากทราบว่ารูปหนุ่มที่กำลังเล่นเตหน่าอยู่นั้นเป็นคนที่ไหนหรือค่ะ ดีมากเลยค่ะอยากให้ถ่ายทอดให้คนอื่นๆด้วยค่ะ
  (27.07.2007, 10:42)


T: อยากรู้จักมื่อเกอะนอแม่หลุคีจังเลย
  (16.08.2007, 21:14)


หนุ่มกรุงเทพฯ: ผมผิดอะไร เคยได้ยินว่าคนกรุงฯชอบหลอกลวงสาวเหนือต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว ขอความเป็นธรรมตัดสินด้วยว่ากรณีนี้ใครผิด เรื่องก็คือ ผมได้รู้จักกับสาว บ้านเลขที่ 39 หมู่ 14 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่บ.แห่งหนึ่งจ.สมุทรสาคร เธอน่ารักนะเมื่อใกล้ชิดความสัมพันธ์ก็มากขึ้น ผมตั้งข้อแม้ไว้ว่าช่วงเวลาที่คบกันขอให้เธอบอกหรือเล่าความจริงทุกอย่างให้รู้ทั้งหมดห้ามโกหกปิดบังต่อกัน การกระทำที่แสดงออกมาของเราทั้งสองคนและผู้คนรอบข้างได้รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน จนเราได้เสียกัน ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างที่ได้ล่วงเกินเธอไป เพราะว่าผมรักเธอ แต่แล้วคืนหนึ่งจู่ๆเธอก็บอกกับผมว่า เธอมีความจริงจะสารภาพกับผม "พี่เราเลิกกันเถอะ พี่ไม่ใช่คนแรกของน้อง น้องมีคู่หมั้นแล้วเรียนอยู่ที่ จ.เชียงราย รอกลับไปแต่งงาน คิดเสียว่าคำพูดที่น้องเคยบอกว่ารักพี่ น้องโกหกก็แล้วกัน ที่ผ่านมาก็แค่สนุกๆ เราทั้งสองต่างก็มีความสุขด้วยกัน อย่าไปคิดอะไรมาก เพราะว่าน้องเคยผ่านผู้ชายมาแล้ว 2 คน พี่นะเป็นคนที่ 3 " เหมือนฟ้าผ่าเข้ามาที่กลางหัวใจ กับคำพูดของสาวที่รัก ( กฤษณา จางวัน น้องติ๋ว )ชาตินี้ผมจะไม่มีวันลืมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ความจริงผมไม่เสียหายอะไร มีก็แต่เสียความรู้สึก ผมได้รู้ความจริงว่าเธอประชดแฟนที่ทะเลาะกันโดยใช้ผมเป็นเครื่องมือหรือเกมส์ในการดึงแฟนกลับมา ยอมลงทุนใช้ร่างกายเข้าแลก "ก่อนเอ่ยคำว่ารักให้กับใคร โปรดจงตรองใจดูให้ดี อยากให้ลองคิดดูอีกที ว่าใจดวงนั้นมันว่างไหม อย่าเอ่ยคำว่ารักให้กับฉัน หากว่ารักนั้นยังสั่นไหว อย่าหลอกกันให้รักแล้วจากไป ปล่อยให้จิตใจต้องเปลี่ยวเหงา ตรองดูให้ดีว่ารักที่มีต่อกัน ที่เธอให้ฉันมันซ้ำมันซ้อนกับใคร อย่าให้ต้องซ้ำเพราะความที่ไม่แน่ใจ ว่าสิ่งใดคือรักที่แท้แน่นอน อย่าเอ่ยคำว่ารักมาอีกเลย ปล่อยให้ลงเอยให้ผ่านไป อยาเอ่ยคำว่ารักให้เจ็บใจ ปล่อยให้ผ่านไปก็คงลืม"ทำได้อย่างไรโกหกผม โกหกแฟน และสำคัญที่สุดก็คือ โกหกตัวเอง ในเมื่อตัวเองยังไม่รักตัวเอง ก็อย่าหวังว่าชาตินี้จะมีใครรักอย่างจริงใจโดยเฉพาะแฟนที่ขนาดเรื่องสำคัญขนาดนี้ยังกล้าทำ บาปกรรมนี้จะติดตัวไปจนตาย สุดท้ายนี่ฝากสอนไว้ว่า จงซื่อสัตย์กับตัวเองและคนที่เรารัก อย่าได้คิดนอกใจอีก มีแฟนแล้วจะประชดแฟนอย่าได้ทำอีกมันไม่ดี
  (25.09.2007, 17:26)


คนดอยนี่แหละ: หนุ่มกรุงเทพฯคะมันก็ใช่ว่าจะเป็นแบบนั้นทุกคนนี้คะ เอาเป็นว่าคนดีๆรักนวลสงวนตัวก็มีเยอะค่ะ (ขอบอก)
  (26.11.2007, 11:43)


น้องอ้อกับน้องจู: อยากได้เพลงกะเหรี่ยงมาฟังไว้แก้เหงาจังเลย
  (27.11.2007, 10:53)


หน่มตาก: คิดถึงสาวปวาเกอญอทุกคน อยากเห็นสาวปวาเกอญอแต่งชุดปวาเกอญอ
  (16.01.2008, 13:43)


สาวแม่ฮ่องสอน: อยากรู้จักหนุ่มตากจัง
  (30.01.2008, 15:47)


จริงใยจไม่จริงจัง: รักนะจุ๊บๆๆ
  (30.01.2008, 15:47)


พี่เบียร์ นรพล: ใครต้องการฟังเพลงปาเกอญอสามารถรับฟังได้ที่ www.youthkaren.com
  (28.03.2008, 01:04)


ชอเช: นอกจากวัฒนธรรมและศาสนาที่ดีงามของคนปกาเก่อญอแล้ว อีกอย่างก็คืออยากลูกหลานหนุ่มสาวปกาเก่อญอได้ตื่นตัวเรื่องสังคมและการเมืองของภาคปกาเก่อญอเองบ้าง
  (04.04.2008, 17:05)


หมูน้อยอีสาน: ปิดเทอมผมอยู่เวรคนเดียวสุดเหงาเลยสอนเด็กกะเหรี่ยงติดอำเภอแม่สะเรียงเด็กกะเหรี่ยงน่ารักทุกคนหลังสงกรานต์คงได้กลับบ้าน
  (14.04.2008, 15:02)


นีเก: หากว่าคุณคือใครหนึ่งที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอล่ะก๊อ สามารถส่งเมล์คุยได้ที่เว็บนี้หรือว่าส่งเมล์มาคุยกับเราก๊อได้นะ เรามีเพื่อนเป็นชาวปกาเกอะญอหลายคน
  (26.06.2008, 09:16)


คนไม่กล้าใส่ชื่อ: เก้โพ(แหม่ละเบอะตอ:แม่แจ่ม):ตาโหม่เหน่สะเลอะต่าเป่อดอเต่อกาเพราะว่าตอนนี้กำลังโสด (ล้อเล่นน่า)เข้าเรื่องเลยดีกว่า อยากให้ชาวกะเหรี่ยงทุกคนช่วยกันรักษาความเป็นกะเหรี่ยงของเรา อย่าทำตัวให้เขาดูถูกนะคะ แอะปาเก่อญอก๊อกา
  (01.07.2008, 08:57)


เก้โพ(แหม่ละเบอะตอ:แม่แจ่: เก้โพ(แหม่ละเบอะตอ:แม่แจ่ม):ตาโหม่เหน่สะเลอะต่าเป่อดอเต่อกาเพราะว่าตอนนี้กำลังโสด (ล้อเล่นน่า)เข้าเรื่องเลยดีกว่า อยากให้ชาวกะเหรี่ยงทุกคนช่วยกันรักษาความเป็นกะเหรี่ยงของเรา อย่าทำตัวให้เขาดูถูกนะคะ แอะปาเก่อญอก๊อกา
(01.07.2008, 08:57)
  (01.07.2008, 08:59)


เก้โพ(แหม่ละเบอะตอ:แจ่ม): ตาโหม่เหน่สะเลอะต่าเป่อดอเต่อกาเพราะว่าตอนนี้กำลังโสด (ล้อเล่นน่า)เข้าเรื่องเลยดีกว่า อยากให้ชาวกะเหรี่ยงทุกคนช่วยกันรักษาความเป็นกะเหรี่ยงของเรา อย่าทำตัวให้เขาดูถูกนะคะ แอะปาเก่อญอก๊อกา
(01.07.2008, 08:57)
(01.07.2008, 08:59)
  (01.07.2008, 09:01)


เก้โพ(แหม่ละเบอะตอแ:แจ่ม): ตาโหม่เหน่สะเลอะต่าเป่อดอเต่อกาเพราะว่าตอนนี้กำลังโสด (ล้อเล่นน่า)เข้าเรื่องเลยดีกว่า อยากให้ชาวกะเหรี่ยงทุกคนช่วยกันรักษาความเป็นกะเหรี่ยงของเรา อย่าทำตัวให้เขาดูถูกนะคะ แอะปาเก่อญอก๊อกา
(01.07.2008, 08:57)
(01.07.2008, 08:59)
  (01.07.2008, 09:04)


หน่อเก่เลอะ: เราเป็นกะเหรี่ยงตาก มาเรียนกรุงเทพตั้งแต่จบป6ที่บ้าน ตอนนี้เรียน ปวส.2อยู่ รร.เอกขนชื่อดังย่านพระโขนง (ทำงานด้วย เรียนด้วย ไม่ขอตังพ่อแม่เรียนนะ) ปัญหาคือ ทำไมคนที่บ้านชอบนินทาว่าทิ้งพ่อแม่ ไม่ส่งตังให้แม่เหมือนบางคนที่ไม่เรียนแล้วมาทำงานในเมืองแต่งตัวสวย พอกลับไปบ้านกิน -ต้า เก่อ เปาะ-ไม่ได้ ทำไมไม่ให้กำลังใจกันบ้าง (เซ็งนะเนี้ยะ)
  (09.07.2008, 11:57)


ใบบัว: ถึงแม้ว่าเราจะอยูใจกลางเมืองนานาแค่ไหน ถ้าเราเป็นปาเก่อญอ ยังไงเราก็ยังคงเป็นปาเก่อญอวันยันค่ำแหละน่า อย่าพูดไทยคำ ฝรั่งคำให้แม่เราฟังเลย อย่ารังเกียจที่จะอุ้มเด็กที่มอมแมม อย่ารังเกียจที่จะกินน้ำในหม้อดินเผาใต้หลังคามุงและจงอย่ารังเกียจพ่อ แม่ที่เปื้อนด้วยโคลนด้วนดินเลย มันเป็นการดูถูกบรรพบุรุษเปล่า ๆ และที่สำคัญนะ ครั้งหนึ่งเราก็เคยเป็นเช่นนั้น
  (17.08.2008, 10:36)


หนุ่ม ปกาเก่อญอ(ใจD+): ธา คือ หลักคำสอนของบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดให้กับลูกหลานรุ่นสู่รุ่น เป็นมรดกอันลำค่าของชนปกาเก่อญอ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่สามารถมองเห็นได้
  (11.09.2008, 13:25)


คนกรุง: หนุ่มปาเก่อญอ หลายใจใครว่าใจดี
  (11.10.2008, 13:14)


คนเมืองที่จริงใจ: เราเคยศึกษาชีวิตประเพณีของชาวปาเก่อญอมาบ้าง ตามที่ศึกษาดูถึงบรรพบุรุษเราว่าเป็นสิ่งดีงามน่าควรยกย่องกับประเณีและวัฒนธรรมของเขา
....ช่วงหนึ่งได้คบและศึกษากับหนุ่มปาเก่อญอเรารักและสงสารในชีวิตของเขา เลยยอมตกลงคบกันแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆที่อยู่ด้วยกันเราก็มีความสุข แต่แล้วเขาบอกว่าเขายังไม่พร้อมที่จะมีชีวิตครอบครัว และที่สำคัญเขามีคนที่รักและกำลังจะแต่งงานกันในเร็วจนเราตั้งตัวไม่ติดอึ้งเลย...แล้วที่ผ่านมามันคือ...อะไรสำหรับเราสองคน นี่หรือปาเก่อญอที่รักครอบครัวและรักเดียวไม่ชอบมีหลายผัวหลายเมีย....
...แต่สังคมเปลี่ยน วิถีชีวิตของคนก็ย่อมเปลี่ยนเป็นของธรรมดา เราไม่โทษใครถึงเขาจะทำให้เราเจ็บและช้ำใจขานดไหนเราอยากจะบอกผ่านชาวปาเก่อญอทั้งหลายว่า ทุกวันนี้เรารอเขาและอยากจะบอกว่าเขา " เยอ แอ่ะ นา" ครูดอยปาเก่อญอ
  (11.10.2008, 13:29)


ความเห็นของคุณ

ชื่อ:
อีเมล์ หรือ โฮมเพจ:

เข้าพิพิธภัณฑ์ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานข่าว : สมุดเยี่ยม : ติดต่อเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ โดย ฅนบ้านนอก เจ้าของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและข้อมูลภายในเว็บไซต์แห่งนี้ หากท่านประสงค์จะนำไปเผยแพร่่ สามารถเผยแพร่ได้
JavaScript Menu By Milonic.com