ภาพรวม

        ปัจจุบันนี้ม้งที่ถูกอพยพหลบหนีจากภัยสงครามในประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว มาพักอาศัยใน ประเทศไทยเป็นช่วงระยะหนึ่งแล้ว ถูกย้ายไปตั้งถิ่นฐานในประเทศสหรัฐอเมริกา จากที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในกลางป่าเขาลำเนาไพร ชีวิตทั้งชีวิตของม้งเหล่านี้ต้องอยู่กับความตื่นตระหนก หวาดกลัวกับภัยสงครามที่กำลังเกิดขึ้นอย่างฮื่กโหมโชกโชน หวาดระแวงทุกอย่างที่อยู่ข้างหน้า ข้างหลัง คิดได้อย่างเดียว คือ ต้องหนี หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะหนีได้ เพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะสงคราม ที่กำลังห่ำหั่นกันอย่างดุเดือดบ้าคลั่ง ในที่สุดม้งเหล่านี้ก็หนีมาถึงประเทศไทย และพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย และในที่สุดรัฐบาลไทยก็ไม่สามารถที่จะรับม้งเหล่านี้อยู่ในประเทศไทยได้ ดังนั้นจึงได้ขอความช่วยเหลือจากประเทศ ที่ 3 โดยประเทศสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องเป็นฝ่ายยื่นมือมารับผิดชอบม้งทุกคนที่หลบหนีภัยสงคราม

       จากคำกล่าวที่ว่า "การศึกษาทำให้คนเปลี่ยน" ซึ่งจากคำกล่าวนี้ เป็นคำกล่าวที่เป็นจริง และเห็นได้ชัดเจน จากอดีตม้งไม่นิยมเรียนหนังสื่อ เนื่องจากม้งต้องตรากตรำทำงานหนักในไร่เป็นส่วนใหญ่ ม้งจึงไม่เห็นความสำคัญในเรื่องการศึกษา แต่เมื่อรัฐบาลนำการศึกษาเข้ามาพัฒนาเยาวชนม้งตามหมู่บ้านม้งต่าง ๆ ทำให้สังคมม้งเริ่มเปลี่ยนไป คือ ม้งเริ่มปล่อยให้ลูก ๆ เข้าโรงเรียนได้เรียนหนังสื่อ เมื่อเยาวชนได้เรียนหนังสื่อ ทำให้คำว่าการศึกษาเปลี่ยนคน มันก็เป็นจริงดังคำกล่าว นั่นคือ เยาวชนม้งได้รับการศึกษาขัดเกลา ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเติบใหญ่ พร้อมกับสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เยาวชนม้งบางคนเรียนจบในระดับ ที่สูง ๆ มีงานทำที่ดี ๆ และพวกเขาสามารถที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเยาวชนม้งได้สัมผัสกับความเจริญของเทคโนโลยี กระแสของความเจริญหล่อหล่อม พวกเขาให้รับและเปลี่ยนแปลงตัวเอง ความเจริญทางเทคโนโลยีก่ายเข้ามาในตัวพวกเขามากเท่าไร วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามย่อมหายไปมากเท่านั้น จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำเยาวชนม้งบางกลุ่มลืมภูมิหลังของตัวเอง ลืมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของตัวเองไป หรือไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาของตัวเองได้ดีอย่างที่ควร