ในอดีตม้งเป็นชนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามภูเขากับธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่แล้วม้งจะมีความเชื่อเรื่อง ภูตผีมาก ดังนั้นจึงกลายเป็นเรื่องเล่ามากมาย และเป็นนิทานสอนให้ม้งรุ่นลูกรุ่นหลานต่อมาได้เป็น อย่างดี เช่นเรื่องปู่ปางแช่ เรื่องย้อเหล่าจั๊ว (หนุ่มกำพร้า)

นิทานเรื่องปู่ปางแช่           

          กาลครั้งหนึ่งมีครอบครัวม้งครอบครัวหนึ่งมีฐานะปานกลาง ซึ่งอาศัยอยู่ตามลำน้ำแม่โขง และเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก อยู่ด้วยกันมานาน และฝ่ายภรรยาของปางแช่ ก็ไม่มีลูกเลยจนสามีปางแช่อยากได้ลูกมาก สามีปางแช่จึง ได้ออกแสวงหาภรรยาคนที่สองเพื่อที่จะได้กำเนิดบุตร แล้วฝ่ายสามีปางแช่จึงหาได้ ภรรยาคนที่สอง และได้พามาอาศัยอยู่ด้วยกันกับภรรยาคนแรก คนทั้งสามจึงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่เนื่องจากฝ่าย สามีปางแช่ต้องให้เกียรติแก่ภรรยาคนแรกเสมอ ทำให้ฝ่ายเมียน้อยเกิดอิจฉาเมียหลวงมาก จนกระทั่ง วันหนึ่งภรรยาทั้งสองต่างก็ตั้งท้องพร้อมกัน และปล่อยให้สามีปางแช่ต้องเข้าไปทำงานในไร่อยู่คนเดียว เมื่อภรรยาทั้งสองท้องแก่ขึ้นทุกวัน จนใกล้คลอด ฝ่ายสามีปางแช่จึงต้องรับภาระหนัก ต้องไปทำงานในไร่ ่คนเดียวตลอด อยู่มาวันหนึ่งสามีปางแช่ไปทำงานในไร่ และปล่อยให้ภรรยาทั้งสองดูแลกันเองซึ่งครบ กำหนดแล้วภรรยาน้อยจึงคลอดลูกออกมาเป็นลูกผู้หญิง ส่วนภรรยาหลวงคลอดทีหลังและคลอดได้ลูกผู้ ชายหน้าตาน่ารักน่าชังมาก เมียน้อยซึ่งเป็นคนทำคลอดให้กับเมียหลวงและหลังจากเมียหลวงคลอดแล้ว เมียหลวงอ่อนแรงมาก


          ซึ่งเมียน้อยมีความอิจฉาเมียหลวงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมียน้อยจึงได้นำผ้าอ้อมมาห่อ ลูกชายของเมียหลวงไปให้ควายกินพอควายเห็นก็เข้าไปดม แล้วเลียและจากไปโดยที่ไม่กิน เมียน้อยเห็นเช่นนั้นจึงได้นำไปให้วัวกิน พอวัวเห็นวัวก็เข้าไปดมแต่ไม่ยอมกิน แต่เมียน้อยพยายามนำ ไปในปากวัว ซึ่งวัวมีความสงสารลูกชายคนนี้ แต่แม่วัวจำเป็นที่ต้องกลืนลูกชายเมียหลวงเข้าไป ดังนั้นแม่วัวจึงได้อธิฐานว่าหาก ข้าพเจ้าต้องกลืนลูกชายคนนี้เข้าไป ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในภิภพนี้ จึงดลบันดานให้ลูกชายคนนี้ปลอดภัย จากนั้นแม่วัวจึงได้กลืนลูกชายของเมียหลวงไปเรียบร้อย  
          ตกตอนเย็นสามีปางแช่กลับจากทำงานในไร่ด้วยความดีใจที่จะได้เห็นลูกของตัวเอง พอกลับถึงบ้านเมียน้อยจึงได้นำลูกสาวมาให้ สามีปางแช่ดูจากนั้นฝ่ายสามีก็ถามถึงลูกของเมียหลวงล่ะ? เมียน้อยจึงพูดขึ้นว่าท้องของเมียหลวงนั้นเป็นแค่ท้องลมเท่า นั้นไม่สามารถที่จะคลอดมาได้ ฝ่ายสามีได้ฟังเช่นนั้นจึงมีโมโหเมียหลวงมาก จึงได้ไล่เมียหลวงไปอยู่ในคอกวัวกับวัว และให้มาทำงานในไร่ทุกวันพร้อมกับให้ไปเลี้ยงวัวด้วย ซึ่งกาลเวลาผ่านไป 1 - 2 ปีแล้วแม่วัวที่กลืนลูกชายเมียหลวง เข้าไปท้องก็เริ่มแก่และออกลูกมาเป็นลูกวัวตัวผู้ซึงลูกวัวตัวนี้สวยมากและเมียหลวงไปเลี้ยวัวทุกวันทำให้เมียหลวงเกิด ความรักและผูกพันกับลูกวัวตัวนี้มาก ในบางวันที่ไล่วัวไปเลี้ยงนั้นลูกวัวต้องมานอนข้างๆเมียหลวงตลอดเวลาและเมีย หลวงก็พยายามทำความสะอาดลูกวัว อยู่มาวันหนึ่งเมียหลวงได้ไล่ฝูงวัวไปเลี้ยงและด้วยความคิดถึงลูกของตัวเองมาก จึงได้พร่ำออกมาแล้วน้ำตาของเมียหลวงหยดใส่นัยส์ตาของลูกวัว แล้วลูกวัวก็เปลี่ยนร่างกลายเป็นมนุษย์ขึ้นมา แล้ว เมียหลวงกับลูกชายได้กอดกันด้วยความรัก และลูกชายของเมียหลวงก็ได้ช่วยแม่ของตัวเองปักผ้าช่วยแม่เลี้ยงฝูงวัว ทุกวัน
          พอตกเย็นลูกชายของเมียหลวงก็เปลี่ยนร่างเป็นลูกวัวดังเดิม เพื่อที่จะได้กลับบ้านเมียน้อยก็เริ่มสังเกตเมียหลวงว่าทำไมมีความสุขกับการเลี้ยงวัวมาก ซึ่งเมียน้อยก็รู้อยู่ว่าลูกวัวนั้นเป็นลูกชายของเมียหลวงเอง หลังจากนั้นเมียน้อยเริ่มคิดที่จะทำลายลูกวัว ตัวนี้โดยการแกล้งไม่สบายเป็นไข้ทุกวัน และปล่อยให้สามีปางแช่กับเมียหลวงสองคนทำงานในไรเท่านั้น เมื่อสามีปางแช่กลับจากที่ทำงานในไร่เมียน้อยก็หาวิธีการพูดให้สามีปางแช่ว่า
          ให้สามีปางแช่ไปดูดวงที่หน้าผาว่าตัวเองเป็นอะไร และอะไรเป็นอัปมงคลจึงทำให้้ตัวเองไม่สบายเช่นนี้ เมียน้อยจึงได้ บอกทางให้กับสามีปางแช่ไปดูดวงที่หน้าผา ส่วนเมียน้อยก็ไปทางลัดและไปถึงก่อนสามีปางแช่ พอสามีปางแช่ไปถึง ก็เริ่มจุดธูปเทียนแล้วนำไปปักไว้ที่หน้าผาแล้วเอ่ยถามว่า เมียน้อยของข้าไม่สบายมากข้าจะทำอย่างไรเมียน้อยข้าจึง จะหาย เมียน้อยซึ่งซุ่มอยู่ด้านหลังอยู่ก่อนแล้วจึงพูดออกไปว่า เจ้าต้องเอาผ้าปักของเมียหลวงของเจ้ามาทำพิธีีรักษา เมียน้อยเจ้า เพราะผ้าปักของเมียหลวงเจ้าเป็นอัปมงคล ต้องนำมารักษาเท่านั้นจึงจะหาย หากว่าไม่ได้นำมาทำการ รักษาก็จะไม่หาย ฝ่ายสามีปางแช่ได้ฟังดังนั้นจึงรับปากแล้วกลับบ้าน ส่วนเมียน้อยเดินโดยใช้ทางรัดก็กลับถึงบ้าน ก่อนสามีปางแช่อีก พอสามีปางแช่กลับถึงบ้าน ฝ่ายเมียน้อยก็ทำเสียงออดๆแอดๆถามสามีว่าไปดูดวงแล้วเจ้าที่หน้าผา ว่าอย่างไรบ้าง ฝ่ายสามีก็บอกว่าต้องเอาผ้าปักของเมียหลวงมาทำการรักษาถึงจะหาย แล้วเมียน้อยก็บอกกับสามีว่างั้น ก็ให้รีบจัดการทันที เพื่อตัวเองจะได้หายสักที ฝ่ายสามีปางแช่จึงได้นำผ้าปักของเมียหลวงมาทำพิธีในการรรักษา โดยการเผาเรียบร้อย ในวันต่อมาเมียหลวงได้นำฝูงวัวไปเลี้ยงอีกแล้วลูกวัวจึงได้พูดว่าแม่ของตัวเองว่า ลูกจะช่วยแม่ ปักผ้าผืนใหม่ให้แม่อีก จากนั้นลูกวัวกับเมียหลวงได้สนิทสนมกันมาก เพราะทั้งคู่เป็นสายเลือดเดียวกันจึงมีความผูกพัน
          หลังจากนั้นลูกวัวก็เติบใหญ่ขึ้น เมียน้อยจึงคิดว่าจะทำอย่างไรกับลูกวัวตัวนี้ เพื่อที่จะได้ทำลายเมียหลวงได้เต็มที่ เมียน้อยเริ่มคิดแผนอีกครั้งโดยการ แกล้งป่วยอีก แล้วให้สามีปางแช่ช่วยไปดูดวงที่หน้าผาอีกครั้ง พอสามีปางแช่ไปถึง เมียน้อยก็ไปถึงก่อนอยู่แล้วจึงได้บอกกับสามีปางแช่ว่า ต้องนำลูกวัว ตัวนั้นมาทำการรักษา โดยการ นำวัวมาทำผี (อัวะงู้ดั้ง) จึงจะหาย พอสามีปางแช่กลับถึงบ้าน เมียน้อยจึงถามว่าเจ้าที่หน้าผาเค้าพูดอย่างไร สามีปางแช่จึงบอกว่าเป็น เพราะลูกวัวเป็นอัปมงคลฉะนั้นต้องนำลูกวัวมาทำการรักษาจึงจะหาย พอวันรุ่งขึ้นสามีปางแช่จึงได้บอกกับเมียหลวงว่าให้นำลูกวัวไปเลี้ยงแล้ว วันถัดไปจะนำลูกวัวมาทำพีธี รักษาเมียน้อยเพื่อให้เมียน้อยหายจากโรคเสีย พอเมียหลวงได้นำฝูงวัวไปเลี้ยงจึงได้บอกกับลูกวัวว่า พรุ่งนี้เจ้าต้องถูก พ่อเจ้านำไปฆ่าเพื่อทำการรักษาเมียน้อย ลูกวัวกับเมียหลวงจึงได้หากลอุบายเพื่อที่จะให้ลูกวัวรอดพ้นจากการถูกฆ่าวันพรุ่งนี้ โดยที่ให้เมียหลวงหรือ แม่ของลูกวัว ให้ไปตักน้ำมารดบริเวณที่จะนำลูกวัวไปผูกเพื่อทำการฆ่า

          พอถึงเวลาฆ่าแล้วลูกวัวจะพยายามวิ่งหนีทุกหนทาง เพื่อให้หลุดพ้นจากตอไม้ที่ผูกอยู่ แล้วพอถึงวันรุ่งขึ้นก็ถึงวันที่ต้องนำลูกวัวมาทำพิธีรักษาเมียน้อย เมียหลวงก็ได้ทำตามแผนที่วางไว้ทุกประการ และถึงเวลาฆ่าลูกวัวได้วิ่งไป ทุกทิศทุกทางสุดท้ายเชื่อกได้ขาดจากตอไม้ทันที และลูกวัวได้วิ่งไปไกลที่สุดที่จะไกลได้ พอวิ่งไปได้สักพักหนึ่งจึงได้เห็นฝูงวัวอีกฝูงหนึ่งอยู่ในลานหญ้ากว้างมาก และสุดท้ายลูกวัวจึงได้เข้าไปรวมกับฝูงวัวฝูงนั้น พอเย็นก็กลับไปกับฝูงวัวนั้น จนมาวันหนึ่งลูกสาวเจ้าสัวจึงได้นับฝูงวัวและเกินมาหนึ่งตัว จึงได้ถามขึ้นมาลอยๆ ว่าเจ้าเป็นวัวใคร ทำไมถึงได้มาอยู่กับฝูงวัวของข้าได้ ทันใดนั้นลูกวัวก็กลายเป็นชายหนุ่มที่รูปหล่อมากและลูกสาวเจ้าสัวจึงได้หลงรัก

          เจ้าหนุ่มวัวจึงแอบมาอยู่กับลูกสาวเจ้าสัว จนวันหนึ่งเจ้าสัวจึงสังเกตเห็นว่าลูกสาวตัวเองท้องขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่มีหนุ่มในหมู่กล้ามาจีบเลย จึงได้วางแผนแอบไป ดูเวลาที่ลูกสาวใกล้จะนอนว่ามีใครมาอยู่ด้วย พอเจ้าสัวมาแอบดูจึงได้รู้ว่ามีชายหนุ่มมาอยู่ด้วยจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เจ้าสัวจึงได้เข้าไปใน ห้องนอนของลูกสาว ทันใดนั้นหนุ่มวัวเห็นเจ้าสัวทันทีจึงได้กระโดดหนีออกทางประตู แล้วขาข้างหนึ่งที่ออกจากประตูก็กลายเป็นวัว แต่ขาข้างที่ยังออกไม่ พ้นจากประตูก็ยังเป็นขาคนอยู่ เจ้าสัวจึงได้พูดว่า หนุ่มวัวน้อยเจ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอก หากเจ้ารักลูกสาวข้าโปรดมาพูดคุยกับข้า ข้าไม่ทำอะไรกับเจ้า พอเจ้าหนุ่มวัวน้อยได้ยินดังนั้นเจ้าหนุ่มวัวน้อยจึงได้เข้ามานั่งคุยกับเจ้าสัวถึงเรื่องราวของตนเอง และเจ้าสัวก็ให้หนุ่มวัวน้อยนั้นมาอยู่กินกับลูกสาวเจ้าสัว ตลอดนั้นมา พออยู่ด้วยกันได้ 2 ปี หนุ่มวัวน้อยจึงได้ออกไปตามหาแม่ของตนเองเพื่อที่จะให้แม่ของตนเองมาอยู่ด้วยกัน อยู่มาวันหนึ่งเจ้าหนุ่มวัวน้อย จึงได้ตามมาพบแม่ของตนเอง แต่พอมาพบก็พอว่าแม่ของตนเองนั้นกินข้าวถ้วยเดียวกับหมาในบ้าน หนุ่มวัวน้อยนั้นสงสารแม่ตนเองมาก จึงได้เอาถ้วย ข้าวที่แม่กินเททิ้งแล้วนำอาหารที่ตนเองเตรียมมามาให้แม่ตนเองกินแทน และเล่าความจริงทั้งหมดให้พ่อปางแช่ฟัง และได้พาแม่กลับไปอยู่กับตนเอง อย่างมีความสุข