หากมีโอกาสเยี่ยมเยียนสังคมลาหู่นี้จะพบกับเอกลักษณ์เหล่านี้ เป็นเปรียบเสมือนของคู่กัน เพื่อความมีสีสันและน่าเชื่อถือ ทั้งยังเป็นเอกลักษณ์ที่ดีงามของลาหู่ ในหมู่บ้านลาหู่ทุกหมู่บ้านจะต้องมีสิ่งเหล่านี้
การแต่งกาย
    ชาวลาหู่ในแต่กลุ่มมีเครื่องแต่งกายที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวในด้านสีสัน และผ้าของลาหู่ใช้ผ้าสีดำ หรือผ้าสี
ฟ้าและสีแดง ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าลาหู่กลุ่มใด และตกแต่งด้วยผ้าหลายสีเป็นลวดลายสวยงาม รูป
แบบของเสื้อลาหู่จึงแตกต่างกันไปตามกลุ่ม แต่ทุกกลุ่มจะนุ่งซิ่นเช่นเดียวกัน รูปแบบของเสื้อผู้หญิงจะเป็น
เสื้อแขนยาวตัวสั้นแค่เอว ตกแต่งด้วยผ้าหลากสีและเครื่องเงิน สำหรับเสื้อผ้าของผู้ชายลาหู่ ทั้งเสื้อและ
กางเกงจะใช้ผ้าสีดำและใช้ผ้าสีต่าง ๆ ลวดลายที่สวยงามเหมือนของผู้หญิง

เครื่องประดับ

    กำไรข้อมือ สร้อยคอผู้หญิง กระดุมเสื้อผู้หญิง ชุดเสื้อผ้า เครื่องประดับต่างๆเหล่านี้ใช้สำหรับในวันสำคัญ เช่น ช่วงปีใหม่ กินข้าวใหม่ ในวันศีล หรือใช้พิธีงานแต่งงานเป็นต้น
เครื่องดนตรี
    เครื่องดนตรีลาหู่ เช่น กลอง ฉิ่งฆ้อง แคน ลาหู่มีความชำนาญในเรื่องพวกนี้มาก ใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือช่วงมีการเต้นรำในหมู่บ้าน และใช้ในวันศีล

อ้าถ่า คือ ใบไม้

    ใบไม้ชนิดนี้เป่าเป็นเสียงเพลงได้ หนุ่มสาวจะเล่นในช่วงก่อนเทศกาลฉลองปีใหม่ หรือโอกาสอื่นๆ เสียง (อ้าถ่า) เป็นเพลงแสดงถึงความสนใจฝ่ายตรงกันข้าม

แหล่กะชุ่ย คือ ขลุ่ย
    ทำขึ้นได้อย่างง่ายจากไม้ไผ่ จากใช้เป่าในช่วงไปทำไร่ หรือในช่วงเดิมทางไปเที่ยวตามหมู่บ้าน เช่น ไปเที่ยวสาว ๆ

เต่อ คือ ซึง
    หนุ่ม ๆ มักเล่นในช่วงอยู่ที่บ้าน หนุ่มจะ้ดีดเป็นเสียงเพลง แล้วสาว ๆ ได้ยินเสียงเพลงไพเราะก็จะมาหาหนุ่ม แล้วสาวนั่งฟังอย่างลึกซึ่งจากเสียงเพลงของหนุ่ม

หน่อ คือ แคน
    ใช้เป่าในช่วงเต้นรำภายในหอแหย่ หรือในการเต้นรำฉลองปีใหม่กลางหมู่บ้าน

บทเพลง
    เพลงชาวลาหู่มีหลายประเภท ประเภทแรกแสดงเพลงในหอแหย่ ประเภทที่สอง ได้แก่ เกี้ยวพาราสีระหว่างหนุ่มสาวก่อนที่จะกล่าวถึงเพลงต่าง ๆ นี้เพื่อความสุขสนุกสนาน

การละเล่น
    เป็นการละเล่นแบบทีมเพื่อหาความสามัคคี เด็ก ๆ จะเล่นอย่างสนุกสนานหลังจากเลิกเรียน

ภาษา
    ชนเผ่าลาหู่เป็นกลุ่มที่มีภาษา่ี้ี่พูดเท่านั้น ไม่มีภาษาเขียนเป็นตัวอักษร ในการสื่อสารต่าง ๆ นั้น สื่อสารทางการพูด และใช้ระบบความจำเท่านั้น