พิธีฉลองปีใหม่ ภาษาลาหู่ (มูเซอ) เรียกว่าประเพณี เขาะเจ๊าเว มีความหมายในภาษาไทยแปลว่า ปีใหม่การกินวอ พีธีฉลองปีใหม่ของลาหู่ ไม่มีการกำหนดการเฉพาะเจาะจงแน่นอน จะเลือกเวลาที่สมาชิกส่วนใหญ่อยู่ และเสร็จสิ้นภาระกิจการทำงานทำไร่ ทำสวน จากการเก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว อาจเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม หรือเมษายน ของแต่ละปีก็ได้ อีกทั้งทุกหมู่บ้านก็ไม่จำเป็นต้องจัดฉลองปีใหม่พร้อมกัน เพราะแต่ละหมู่บ้านจะมีความพร้อมไม่ตรงกัน เมื่อถึงช่วงฉลองปีใหม่ สมาชิกของหมู่บ้านที่ไปทำงานอยู่ห่างไกลจะเดินทางกลับมาร่วมงานฉลองปีใหม่ มีการฆ่าหมูดำ เพื่อนำเนื้อหมู และหัวหมูสังเวยต่อเทพเจ้า อื่อชา ลาหู่นับถือมาก ต่อจากนั้น ก็จะนำเนื้อหมูมาปรุงเป็นอาหารเลี้ยงกันอย่างสมบูรณ์ ในเทศกาลปีใหม่นี้ ชาวลาหู่ (มูเซอ) จะนำข้าวเหนียวนึ่งมาตำเสร็จ แล้วจะปั้นเป็นก้อนกลม เรียกว่า “อ่อผุ” หรือข้าวปุ๊ก จะนำไปใช้เป็นเครื่องถวายต่อเทพเจ้าอื่อซา

ต้นวอ
    พิธีฉลองปีใหม่ของชาวลาหู่ (มูเซอ) มีเวลาปีใหม่นานถึง 12 วัน โดยจะแบ่งการฉลองปีใหม่ออกเป็นสองช่วง ช่วงแรก เป็นการฉลองปีใหม่ของผู้หญิง เรียกว่า “เขาะหลวง” หรือ “ปีใหญ่” มีระยะเวลา 6 วัน ช่วงที่สอง เป็นการฉลองปีใหม่ของผู้ชาย เรียกว่า “เขาะน้อย” หรือ “ปีเล็ก” มีระยะเวลา 6 วัน ระหว่างช่วงแรกกับช่วงที่สองจะมีหยุดพัก 1-2 วัน ในหลังจากสองวันนี้แล้วกลางคืนจะมีการเต้นรำทุก ๆ คืน ลาหู่เรียกว่า “ก่าเคาะเว” ตั้งแต่หัวค่ำไปจนกระทั้งรุ่งสางไก่ขัน กลางวันชาย – หญิงลาหู่ (มูเซอ) จะมีการละเล่นที่แตกต่างกัน โดยผู้ชายจะเล่นขว้างลูกข่าง ส่วนผู้หญิงจะเล่นลูกสะบ้ากัน และการเล่นโยนลูกบอลกลมขนาดเท่ากำปั้นมือ ลูกบอลนี้ ทำโดยใช้ผ้าเย็บห่อข้างในก็จะเป็นแกลบ หรือรำข้าว สาเหตุที่ต้องมีการฉลองปีใหม่แยกกันระหว่างชายและหญิงนั้น มีผู้เฒ่าอธิบายว่าสมัยก่อนนานมาแล้ว พวกผู้ชายชาวลาหู่ (มูเซอ) ต้องออกไปปฏิบัติภาระกิจนอกหมู่บ้านเป็นเวลานาน เช่น ไปสงคราม ไปค้าขาย ไปล่าสัตว์ในป่า จึงทำให้กลับมาร่วมฉลองปีใหม่ไม่ทัน บรรดาผู้หญิงที่อยู่ในหมู่บ้าน จึงจัดงานฉลองปีใหม่กันก่อน เมื่อพวกผู้ชายกลับมาถึง ปีใหม่ก็เสร็จพอดี เลยบรรดาผู้ชายจัดงานฉลองปีใหม่กันอีกทีหลัง
    ปัจจุบันพบว่าชาวลาหู่ (มูเซอ) ยังจัดฉลองปีใหม่เป็นสองช่วง คือเขาะหลวง และเขาะน้อย เหมือนสมัยก่อน แต่ทั้งเพศชาย และเพศหญิงจะเข้าร่วมฉลองเทศกาลทั้งสองช่วงด้วยกัน ทั้งนี้เป็นเพราะพวกผู้ชาย และผู้หญิงต่างทำงานอยู่ใกล้กัน ซึ่งสามารถทราบข่าววันเริ่มฉลองปีใหม่ของหมู่บ้าน และชวนกันมาร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่พร้อมกันได้ โดยช่วงแรกปีใหม่จะมีความสนุกสนานคึกคักมาก แต่ละคนมีความกระตือรือร้นที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ช่วงหลังแต่ละคนเริ่มเหนื่อยล้าลง คนร่วมงานอาจจะน้อยลงไป
    เทศกาลฉลองปีใหม่นี้ จะมีการจุดเทียนขี้ผึ้งสวดอ้อนวอนเทพเจ้าที่นับถือ เพื่อให้เกิดความสงบสุข พร้อมทั้งความอุดมสมบูรณ์แก่สมาชิกในแต่ละครอบครัวของชุมชน และถ้ามีลาหู่ (มูเซอ) หมู่บ้านใกล้เคียงกันจัดงานพร้อมกัน พวกลาหู่จะมีพิธีหนึ่งที่เรียกว่า “อ่อรี้เตดะเว” คือ การเดินทางไปเยือนหมู่บ้านอื่นพร้อมกับห่อเนื้อหมู และเอาข้าวปุ๊ก หรือเรียกอ่อผุ (ข้าวเหนียวนึ่งตำเป็นก้อน) ไปทำบุญเพื่อนบ้าน รดน้ำให้ผู้อาวุโส ทำการเต้นรำรอบลานพิธีของหมู่บ้านนั้น ก่อนกลับมาหมู่บ้านตน และอีกไม่กี่วันเพื่อนบ้านจากมาหมู่บ้านเรานั้น ก็จะยกขบวนกันมาประกอบพิธี

“อ่อรี้เตดะเว” เป็นการตอบแทนเช่นกัน

ทำพิธีใต้ต้นวอ

    เมื่อใกล้จะเสร็จงานปีใหม่จะต้องเซ่นไหว้ต้นวอ และอื่อซา ว่าบรรดาเผ่าชนลาหู่ก็จะขอบุญจากเทพเจ้า ขอคุ้มครองรักรับหมู่บ้านเราเป็นสุขๆ ขอให้บรรดาพวกเรามีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรงตลอดปี ปลูกข้าวขอข้าวงามน้ำดื่มแก่ข้าน้อย

รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ในวันศีล
พิธีวันศีล
    วันศีลของชาวลาหู่จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ และแรม 15 ค่ำ แต่วันศีลในช่วงปีใหม่จะตรงวันที่สามของปีใหม่ จะต้องงดการกินเนื้อสัตว์ การฆ่าสัตว์ การดื่มเหล้าในเมื่อวันศีล พวกเขามีความเชื่อว่าเป็นวันพักผ่อนของพวกเขา ตอนเย็นของวันศีลจะมีพิธีรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ แล้วโตโบจะกล่าวอวยพรทุก ๆ คน ดึก ๆ ค่ำคืน จะมีการประกอบพิธีในหอแหย่ (โบสถ์) แล้วเต้นรำตีกลองและเป่าแคนกันอย่างสนุกสนานต่อหน้าต้นวอ
กิจกรรมในช่วงปีใหม่

เล่นกิจกรรมใต้ต้นวอ

การเล่นสะบ้า

เต้นรำ (ปอยเตเว)
  ผู้ให้ข้อมูลโตโบจะเขาะ จะสี บ้านจะแล(รูปภาพจากบ้านจะแล ต.แม่ยาว พ.ศ.2545)