โดยปกติแล้ว ชาวเขาเผ่าลาหู่นิยมประกอบอาชีพทำไร่เพื่อเป็นการดำรงชีวิต ได้ผลผลิตที่เหลือจากการดำรงชีวิต ก็จะถูกนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าชนิดอื่นๆ จากหมู่บ้านต่างๆ (ไม่ใช่ในรูปตัวเงิน) และสามารถยืมกันได้ โดยอาจจะชำระได้ในปีหน้า (ไม่คิดดอกเบี้ย) และไม่ได้นำผลผลิตไปขายในตัวเมือง อาชีพที่นิยมทำกันมานาน เช่นทำไร่ และหาของป่า

ต้นข้าวกำลังเติบโต
การทำไร
    การทำไร่เป็นอาชีพหลักของชาวลาหู่ ซึ่งถ้าเทียบกับอาชีพอื่นแล้ว ชาวลาหู่จะทำไร่กันมากที่สุด เพราะพื้นที่ในสมัยก่อนดี มีความอุดมสมบูรณ์ โดยชาวบ้านจะทำไร่แบบหมุนเวียน คือที่หนึ่งปลูกข้าว อีกที่หนึ่งปลูกข้าวโพด และอีกที่หนึ่งอาจปลูกของกินต่างๆ เช่น มะเขือ พริก ผักชี ต้นหอม ปีนี้ปลูกข้าวที่นี่ ปีหน้าย้ายไปปลูกที่ปลูกข้าวโพด และข้าวโพดก็มาปลูกที่ปลูกข้าวสลับกันไป ชาวบ้านส่วนมากจะปลูกไว้กินเอง และที่เหลือก็เอาไปขาย หรือไม่ก็แบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านที่อดหยากกว่า และเวลาไหน หรือปีไหนที่เราไม่พอกินก็จะขอแบ่งจากคนอื่น (ถือเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า) เหมือนเป็นการยืมกันก่อน แล้วปีหน้าเราค่อยใช้คืนให้กับเขาในไร่ นอกจากมีต้นข้าวที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ชาวบ้านยังมีการปลูกพืชต่างๆ โดยจะปลูกรวมกับข้าว เช่น ทานตะวัน แตงโม แตงกวา และยังมี การปลูกไว้ที่อื่นโดยเลือกที่ที่อุดมสมบูรณ์ โดยจะปลูกเอาไว้ไม่ค่อยห่างจากไร่ ได้แก่ ฟักทอง เผือก มัน ผักชี และต้นหอม ถั่วฝักยาว เป็นต้น
วิธีการทำไร่ข้าว
    หลังจากเลือกทำเลในการทำไร่ข้าวแล้ว จะทำการถางป่าให้หมด แล้วรอให้แห้ง หลังจากนั้นจึงค่อยเผาให้หมด เพราะมีความเชื่อว่าหลังจากเผาป่าแล้ว ดินจะอุดมสมบูรณ์ และเมื่อฝนตกก็เริ่มมีการทำการเพาะปลูก เอาเสียมที่ทำจากไม้ยาวๆ เจาะเป็นรูจากนั้นให้ผู้หญิงใส่เมล็ดข้าวลงไป ถ้าหญ้าสูงระดับฝ่ามือ หัวเข่าหรือเอวก็ถอนหญ้าออกไป เมื่อข้าวเจริญเติบโตเต็มที่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้ ก็เอาเคียวเกี่ยวข้าว หลังจากนั้นมัดเป็นเครือใหญ่ๆ และตากทิ้งไว้ พอแห้งแล้วก็กองไว้เป็นจุดๆ และเอาไม้ไปตี พอได้ผลผลิตมาก็จะนำไปเก็บไว้ในยุ้งข้าวที่ทำไว้
การเหลือพื้นที่ทำไร่
    การเลือกพื้นที่สำหรับทำไร่ ชาวลาหู่มีความเชื่อว่า จะต้องขุดหลุม เอาดินออกมาแล้ววางไว้ข้างแล้ว นั่งอธิษฐานเสร็จแล้ว เอาดินกลบลงในหลุมเหมือนเดิมแล้ว กลับไปบ้าน วันต่อมาดูหลุมที่กลบดินว่า จะเติมหรือไม่ หากหลุดดินเต็มแสดงว่า ปีนี้จะได้ผลผลิตเยอะอุดมสมบูรณ์ จะพอกินในรอบปี้นี้ แต่ถ้าดินไม่เต็มหลุมก็ หมายถึงว่าผลผลิต ปีนี้ก็จะไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร หรือผลผลิตอาจจะได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ต้นข้าวถึงจะเก็บเกี่ยว

การจองพื้นที่
    เอาไม้ปักไว้ ถือว่าเป็นการจองพื้นที่นี้ เป็นการประกาศว่าพื้นที่ผืนนี้มีคนจองแล้ว นอกจากนั้นยังเป็นการขอเจ้าที่เจ้าทาง ช่วยสอดส่องดูแลภายในไร่ ให้พืชพันธุ์ในไร่มีความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากสิ่งรบกวนเช่นแมลงต่างๆ ถ้าที่ดินที่ถางหญ้าไว้นิดนึงนั้น มีตัว “ลิ้ง” มาขุดหลุมไว้ แสดงว่าพื้นที่นี้เอาไม่ได้จะ ต้องมีการย้ายที่ทำกิน ถ้าไม่ย้ายไปเจ้าของไร่อาจจะอายุสั้นได้ แล้วเป็นสัตว์ชนิดอื่นๆไม่เป็นไร

อุปสรรค์ในการทำไร่

    การทำไร่ในสมัยก่อนของชาวลาหู่ จะเป็นการทำไร่แบบเป็นกลุ่ม ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “เอามื้อ” จะเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ระหว่างเครือญาติ และทุกคนในหมู่บ้าน และในสมัยก่อนสัตว์ป่าก็มีเยอะ สัตว์ป่าเหล่านี้จะเข้ามากินข้าว เผือก มันสำปะหลัง หรือก่อความวุ่นวายในไร่ของชาวบ้าน เช่น หมูป่า เป็นต้น จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ชาวบ้านต้องอยู่เฝ้าไร่ของตน เพื่อให้พ้นจากการก่อความวุ่นวายของสัตว์ป่าเหล่านี้ เรื่องระยะทางในการเดินทาง เพราะว่าคนในสมัยก่อนจะทำไร่ในที่ไกลๆ จึงต้องใช้เวลามากในการเดินทางแต่ละครั้ง เรื่องนี้ก็เป็นอุปสรรคกับชาวบ้านอยู่บ้าง แต่ชาวบ้านก็หาทางออก โดยการไปนอนค้างคืนที่ไร่ โดยในไร่ชาวบ้านจะทำกระต๊อบไว้ หรือจะมีการสร้างบ้านจนกลายเป็นหมู่บ้านก็มี


ไปหาของป่า เช่นหน่อไม้
การเลี้ยงสัตว์
    สัตว์ที่ชาวลาหู่นิยมเลี้ยงคือ สุนัข นี้เลี้ยงไว้เพื่อเวลาไปล่าสัตว์จะพาไปล่าสัตว์ด้วย หมู และไก่ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ เช่น การทำบุญ นอกจากนี้ยังเลี้ยง วัว ควาย ม้า เลี้ยงไว้ใช้งาน และเป็นอาหารส่วนหนึ่ง

การล่าสัตว์
    ชาวเผ่าลาหู่เรียกว่าเป็น “นายพราน” หรือ “นักล่า” เพราะในสมัยก่อนมีตำนานเล่าว่ามีผู้เก่งกล้าคนหนึ่งสามารถเสกของให้เล็กได้ วันหนึ่งผู้เก่งกล้าคนนี้ ไปล่าสัตว์ และได้กวางตัวเมียมา แต่ไม่มีที่ใส่ พอดีเห็นกระรอกวิ่งไปวิ่งมา ก็เลยยิงกระรอก และถลกเอาหนังออกมา จากนั้นก็เสกเนื้อกวางให้เล็กลง และเอามาใส่ไว้ในหนังกระรอกแทน แล้วสั่งให้ลูกน้องนำกลับไปบ้าน แต่ลูกน้องไม่เชื่อว่าผู้เก่งกล้าสามารถทำได้แค่กระรอกตัวเล็ก จึงแกะออกดู มีเนื้อกวางออกเลยกองเต็มพื้น ใส่ยังไงก็ใส่คืนไม่ได้ ผู้เก่งกล้ามาเสกเนื้อกวางเข้าในหนังกระรอกให้อีกครั้ง เมื่อกลับมาถึงในหมู่บ้านแล้วต้อง แบ่งเนื้อให้กับชาวบ้านกิน ที่แบ่งเนื้อให้กับชาวบ้านนี้ ถือว่าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับคนในหมู่บ้าน


เลี้ยงไก่ไว้เป็นอาหารและ
ใช้ทำพิธีกรรม

เลี้ยงหมูไว้เป็นอาหารและ
ใช้ทำพิธีกรรม



เลี้ยงม้าไว้ใช้งานเช่นแบกของต่างๆ


  ผู้ให้ข้อมูลโตโบจะเขาะ จะสี บ้านจะแล(รูปภาพจากบ้านจะแล ต.แม่ยาว พ.ศ.2545)