พิธีเรียกขวัญข้ามสะพาน “กู่จียูีกั๊วะ”
         ลีซูมีความเชื่อกันว่า โลกของวิญญาณกับโลกของมนุษย์นั้นอยู่กับคนละภพ พิธีกรรมนี้นิยมทำกับคนขวัญอ่อนและคนที่สุขภาพไม่แข็งแรง สุขภาพจิตไม่ค่อยดี เช่น ฝันร้ายบ่อย ๆ มีความเชื่อกันว่าขวัญ (โชฮา) ไม่อยู่กับร่างของเจ้าของ ผีกำลังจะเอาดวงวิญญาณไป ทำให้สุขภาพและจิตใจไม่ค่อยสงบ พิธีนี้จะทำที่หน้าบ้านตรงบริเวณทางเข้าบ้าน การจะเตรียมสะพานไม้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้รู้หรือหัวหน้าครอบครัว (บิดา) ไปตัดไม้มาผ่าครึ่งแล้วนำมาวางคู่กันที่พื้นทางเข้าบ้าน ที่หัวสะพานจะเสียบต้นไม้เล็กๆหรือกิ่งไม้ ข้างละ 1 ต้น แล้วนำใบไม้มาทำเป็นกรวย 2 อัน นำข้าวสุกมาใส่ข้างละ 1 ถ้วย และเอาน้ำมาใส่ข้างละ 1 จอก ส่วนธูปนั้นจุดหัวสะพานข้างละ 1 คู่ ผู้รู้หรือบิดาของครอบครัวที่มีการทำพิธี จะยกเครื่องเซ่นไหว้ที่เตรียมไว้ไปตั้งที่หัวสะพาน การเรียกขวัญจะมีการบอกให้ดวงวิญญาณของผู้ป่วยให้กลับมาร่างของผู้ป่วย เมื่อบอกดวงวิญญาณ เสร็จแล้วแบ่งตับไก่กับข้าวสุก และน้ำใส่ในกวยใบไม้ทั้ง 2 อัน อย่างละนิด เชิญขวัญกลับมากินเครื่องเซ่นไหว้พร้อมกับเข้าบ้านและ เชิญให้ขวัญกลับเข้าบ้านด้วย แล้วผู้ป่วยต้องนั่งคุกเข่าให้ผู้ทำประกอบพิธีสวดช่วยมัดมือหรือมัดคอให้ อันเป็นพิธีเรียกขวัญก็จบ
พิธีเรียกขวัญใหญ่ “โชฮาคูว”
         พิธีในครั้งนี้จะทำขึ้นเพื่อเรียกขวัญให้กลับคืนมาร่างของตนเอง ผู้ที่ขวัญอ่อนและผู้ที่ขวัญล่องลอยออกจากร่าง จนทำให้ร่างกายไม่สบาย มีความเชื่อกันว่า ขวัญผู้หญิงจะมี 7 ดวงส่วนขวัญผู้ชายจะมี 9 ดวง หากหายไปดวงใดดวงหนึ่ง จะทำให้ไม่สบายได้ พิธีกรรมนี้จะทำขึ้นภายในบ้านของผู้ป่วย อุปกรณ์และเครื่องเซ่้นก็จะมี เช่น เงินเหรียญ ข้าวสุก หัวหมู ไก่ น้ำ เหล้าข้าวโพด ธูป ด้ายสายสิญจน์ และ(ฟูุบ่ะ)เงินห้อยคอ เครื่องประดับของผู้ป่วยชุดหนึ่ง จะวางบนกองเสื้อผ้าของผู้ป่วยแล้วก็จะวางบนขันโตกอีกที และตั้งไว้ข้างๆประตูทางขวามือ 2 ชุด และซ้ายมือ 1 ชุด ใช้วางเคื่องเซ่นไหว้ที่จะเซ่นสังเวย โดยหักกิ่งไม้เล็กๆ 4 กิ่ง นำมาเสียบปักไว้บนโตก เพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับป่านอกหมู่บ้านที่ผีร้ายอาศัยอยู่ แล้วเอาน้ำ เหล้า ข้าว ธูป และไข่ 1 ฟอง เริ่มพิธีโดยหมอผี (หนี่ผะ) จะสวดมนตร์ภาวนาให้ผีร้ายที่กักขวัญของผู้ป่วยนั้น ให้ปล่อยขวัญกลับมาสูร่างกายของผู้ป่วย เสร็จแล้วหมอผีออกไปยืนที่ประตูบ้านในมือถือไข่และด้ายสายสิญจน์ สวดมนตร์ให้ผีบรรพบุรุษมากินอาหารที่เตรีอมเอาไว้ให้ แล้วหมอผีเข้ามาในบ้านทำพิธีมัดคอมัดข้อมือของผู้ป่วย ด้วยด้ายสายสิญจน์เป็นการรับขวัญที่กลับมาสูร่างกายรียบร้อยแล้ว เป็นอันจบพิธี
พิธีเรียกขวัญที่อาปาโหม่ฮีของประจำหมู่บ้าน
         พิธีจะขึ้นที่อาปาโหม่ฮี "อาปาโหม่ฮีชือหญ่าดี่ชัว" กรรมนี้นิยมทำกับคนทั่วไป โดยไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องเป็นหญิงมีครรภ์เท่านั้น อาปาโหม่ฮีเป็นศาลเจ้าประจำหมู่บ้านของชนเผ่าลีซู ลีซูที่นับถือบรรพบุรุษหรื่อนับถือผี จะต้องให้ความเคารพอาปาโหม่ฮี ถ้าใครเจ็บป่วยหรื่อไม่สบายก็จะทำพิธีขอพร ขอให้อาปาโหม่ฮีช่วยคุ้มครอง และให้ปลอดภัยจากโรคภัยตลอดจนสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ จากนั้นก็เสกบทคาถาลงในด้ายสายสิญจน์ แล้วนำกลับมาให้กับคนที่ไม่สบายผูกที่คอหรือที่ข้อมือ ส่วนอุปกรณ์ในการทำพิธีก็จะมี ไก่ต้มสุก 1 ตัว ธูป 2 คู่ ด้ายสายสิญจน์ ข้าวสุก 2 ถ้วย น้ำ 2 จอก ถาดใส่ 1 อัน แล้วนำไก่ต้มมาจัดใส่ถาดที่เตรียมไว้ เอาข้าวสุก 2 ถ้วย มาวางข้างๆไก่ข้างละ 1 ถ้วย แล้วเอาน้ำที่ใส่น้ำไว้มาวางกับถ้วยข้าวสุกข้างละ 1 จอก จุดธูป 2 คู่ มาวางข้างไก่คู่ละข้าง แล้วนำด้ายมาวางบนถาด ผู้ที่ทำพิธีกรรมเหล่านี้ต้องไปสวดขอพรที่อาปาโหม่ฮี ลีซูมีความเชื่อกันว่า อาปาโหม่ฮีเป็นหัวหน้าบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้าอาปาโหม่ฮีดูแลเราอยู่พวกภัยร้ายก็ไม่กล้ามารังควาญได้ สถานที่ตั้งอาปาโหม่ฮีต้องอยู่เหนือหมู่บ้าน ลีซูเองก็ไม่นิยมที่จะสร้างบ้านให้อยู่ในบริเวณเหนือกว่าอาปาโหม่ฮี เพราะถือว่าอาปาโหมฮี่จะต้องอยู่เหนือกว่าลูกหลาน (คนในหมู่บ้าน) กรณีที่จะมีการเดินทางไกลหรือเดินทางไปค้างแรงในป่า จะมีการภาวนาหรืออธิฐานให้อาปาโหมฮี่ ช่วยคุ้มครองให้ตนเองไม่ให้เกิดอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น