การเลือกคู่ครอง(หล่อเอ๊าโกว่)
          เมื่อเริ่มเป็นหนุ่มเป็นสาว อายุประมาณ 15 ปีขึ้นไป ก็เริ่มจะหาคู่ครองใน การเลือกคู่ครองนั้นเผ่าเมี่ยนฝ่ายชาย จะเป็นฝ่ายเข้าหาฝ่ายหญิง หนุ่มสาวเมี่ยนมีอิสระในการเลือกคู่ครอง หนุ่มอาจจะเข้าถึงห้องนอนเพียงคืนเดียว หรือไปมาหาสู่อยู่เรื่อยๆ ถ้าทางฝ่ายสาวไม่ขัดข้องก็ย่อมได้ เสรีในการเลือกคู่ของเมี่ยนมีขอบเขต อยู่เพียงสองกรณีเท่านั้นคือ ควรแต่งกับคนต่างแซ่หรือบางทีคนแซ่เดียวกันถ้าชอบพอกันก็สามารถอนุโรม ได้ไม่เข้มงวนมากนักแต่ที่เข้มงวนคือดวง ของหนุ่มสาวทั้งสองสมพงษ์กัน โดยทั่วไปแล้วพี่ควรจะแต่งก่อนน้อง หากน้อ

การสู่ขอ(โท้นิ่นแซง)
          เมื่อหนุ่มตกลงปลงใจจะแต่งงานกับสาวใดแล้วฝ่ายชาย จะต้องหาใคร ไปสืบถามเพื่อ ขอทราบวัน/เดือน/ปี/เกิด ของฝ่ายหญิง ถ้าพ่อแม่ฝ่ายหญิง ยินยอมบอกก็แสดงว่า พวกเขายอมยกให้ หลังจากนั้นก็จะนำเอาวัน/เดือน/ปี/เกิด ของหนุ่มสาวคู่นั้นไปให้ผู้ชำนาญเรื่องการผูกดวงผู้ชำนาญผูกดวง จะดูว่าทั้งคู่มี ดวงสมพงศ์กันหรือไม่ ถ้าดวงไม่สมพงศ์กันฝ่ายชายจะไม่มาสู่ขอพร้อมแจ้ง หมายเหตุให้ฝ่าย หญิงทราบ เมื่อดูแล้วถ้า
เกิดดวงสมพงศ์กันพ่อแม่ จึงจัดการให้ลูกได้สมปรารถนา เริ่มด้วยการส่งสื่อไปนัดพ่อแม่ฝ่ายสาวว่าค่ำ พรุ่งนี้จะส่งเถ้าแก่มาสู่ขอลูกสาว แล้วพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะต้องจัดข้าวปลาอาหารไว้รับรอง ระหว่างที่ดื่มกินกันนั้นเถ้าแก่ก็จะนำกำไลเงินหนึ่งคู่ มาวางไว้บนสำรับ เมื่อเวลาดื่มกินกัน เสร็จสาวเจ้าเข้ามาเก็บถ้วยชามหากสาวเจ้าตกลงปลงใจกับหนุ่มก็จะเก็บ กำไลไว้ หากไม่ชอบก็จะคืนกำไลให้เถ้าแก่ ภายในสองวัน เถ้าแก่จะรออยู่ดูให้แน่ใจแล้วว่า สาวเจ้าไม่คืนกำไลแล้ว เถ้าแก่จึงนัดวันเจรจาเมื่อถึงเวลาซึ่งวันเดินทาง ไปนี้สำคัญมากเพราะมีข้อห้ามและความเชื่อในการเดินทางหลายอย่างเช่นขณะเดินทาง ระหว่างทางหากพบ คนกำลังปลดฟืนลงพื้น สัตว์วิ่งตัดหน้า ไม้กำลังล้ม คนล้ม ฯลฯ

 สิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่ส่อไปในทางที่ไม่ดีจะไม่มีโชคตามความเชื่อ แต่ถ้าไม่พบสิ่งเหล่านี้ระหว่างทางก็สามารถเดินทางไปบ้านฝ่ายหญิงได้ และถ้าไปถึงบ้านฝ่ายหญิงแล้วพบสาวเจ้ากำลัง กวาดบ้านหรือพบคนกำลังเจาะรางไม้ หรือเตรียมตัวอาบน้ำอยู่พ่อแม่ของฝ่ายชาย ก็จะเลิก ความคิดที่จะไปสู่ขอเหมือนกันเพราะ เชื่อว่าเป็นสิ่งไม่ดีจะทำให้คู่บ่าวสาวต้องลำบาก เมื่อพ่อแม่ ฝ่ายชายเดินทางไปถึงบ้านฝ่ายหญิงโดย ไม่ได้ พบอุปสรรคใดๆแล้วครอบครัวของฝ่ายชายจะต้องนำไก่ 3 ตัว ไก่ตัวผู้ 2 ตัวและไก่ตัวเมีย 1 ตัว แล้วนำไก่ตัวผู้ 1 ตัวมาปรุงอาหารเพื่อเป็นการ สู่ขอแล้วร่วมกันรับประทาน พ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเชิญญาติอย่างน้อยสองสามคนมาร่วมเป็นพยาน ระหว่างที่รับประทานอาหารกันอยู่นั้น ก็เริ่มเจรจา ค่าสินสอดตามประเพณี ซึ่งส่วนใหญ่ ค่าสินสอดจะกำหนดเป็นเงินแท่งมากกว่าหรือบางครั้งอาจจะใช้เงินก็ได้ตามฐานะ สำหรับไก่อีก 2 ตัว หลังจากฆ่าแล้วจะนำมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษของตระกูลทั้งสองฝ่าย

        เพื่อเป็นการแจ้งให้บรรพบุรุษทั้งสองฝ่ายให้รับรู้ในการหมั้น พร้อมทั้งฝ่ายชายจะมอบด้ายและผ้าทอหรืออุปกรณ์ในการปักชุดแต่งาน ไว้ใช้สำหรับงานพิธีแต่งให้กับฝ่ายหญิง เพื่อใช้ปักชุดแต่งงาน เจ้าสาวจะต้องปักชุดแต่งงานให้เสร็จจากอุปกรณ์ที่ฝ่ายชายเตรียมไว้ในตอนหมั้น และเจ้าสาวจะไม่ทำงานไร่ จะอยู่บ้านทำงานบ้านและปักผ้าประมาณ 1 ปี ส่วนเจ้าบ่าวต้องเตรียมอาหารที่จะใช้เลี้ยงแขกและทำพิธีกรรมเช่น หม,ูไก่และจัดเตรียมเครื่องดนตรี จัดบุคคลที่จะเข้าทำพิธีกรรมทางศาสนาและอุปกรณ์การจัดงานทั่วไป หลังจากหมั้นแล้วบ่าวสาวจะอยู่ด้วยกันที่บ้านฝ่ายใดก็ได้แล้วแต่จะตกลงกัน
พิธีแต่งงานใหญ่ (ต่ม ชิ่ง จา)
      พิธีนี้เป็นพิธีใหญ่ซึ่งจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงคนที่จัดพิธีใหญ่นี้ส่วน
มากจะเป็นผู้ที่มีฐานะดีจะใช้เวลาในการ ทำพิธี 3 คืน 3 วัน ซึ่งจะต้อง ใช้เวลาเตรียมงานกันเป็นปีคือต้องเลี้ยงหม ูเลี้ยงไก่ ไว้ให้พอกับการเลี้ยงแขก


วันแรก

      ฝ่ายเจ้าบ่าวจะจัดคนไปรับเจ้าสาวตั้งแต่ก่อนเช้า โดยจะมีคนเตรียมบรรเลงเพลง ประกอบไปด้วย ฝ่ายเจ้าบ่าวจะจัดเตรียมสถานที่โดยการ จัดม้านั่งเป็น วงกลมไว้ และขบวนของเจ้าสาวนั้นจะมีหนึ่ง คนถือปลายผ้าเช็ดหน้าเพื่อจูงมือเจ้าสาว
ซึ่งอาจเป็น น้องของเจ้าสาวส่วนน้องชายของเจ้าสาวอีก คนหนึ่งจะทำหน้าที่แบกสัมภาระของ เจ้าสาวที่จะต้องนำมาใช้ในบ้านเจ้าบ่าว อีกคนจะมีหน้าที่กางร่มให้ เจ้าสาวเพื่อนเจ้าสาว แต่ละคนจะแต่งตัวด้วยชุดชนเผ่าเต็มยศเช่นกัน เมื่อขบวนของเจ้าสาวมาถึง จะยังไม่ได้นั่ง จะให้ยืนอยู่กลางวงก่อน โดยจะมีเพื่อนเจ้าสาวสองคนคอยยืนล้อมรอบเจ้าสาว วงดุริยางค์ จะเล่นดนตรีวนทั้งสามคนแล้วจะแห่สอดแทรกเข้าไปรอบๆ เจ้าสาวและทำความเคารพ

โดยคำนับ 3 ครั้งฝ่ายเจ้าสาวจะโค้งคำนับตอบ 3 ครั้งเช่นเดียวกัน จะคำนับทั้งหมด 4 รอบจึงจะหยุด ระหว่างนั้นฝ่าย ต้อนรับจะนำเอาน้ำชา เหล้า บุหรี่มาเพื่อเป็นการต้อนรับและขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน จากนั้นก็นำน้ำร้อน ที่ได้เตรียมไว้เพื่อ ให้แขกล้างหน้า พอแขกล้างหน้าเสร็จจะเอาผ้าเช็ดหน้าที่ตัวเองล้างเอากลับไปบ้าน พร้อมกับวางเงินไว้ในถาดจะ เท่าไหร่ก็ได้เพื่อเป็นธรรมเนียม เสร็จแล้วก็ร่วมรับประทานอาหารที่ได้จัดไว้ ระหว่างนั้นเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะยก น้ำชาเหล้าไปให้ แขกรอบงาน พอมอบให้แขกแล้ว เมื่อแขกดื่มเสร็จ จะวางเงินไว้ในถาด เท่าไหร่ก็ได้เพื่อเป็นธรรมเนียม จากนั้นจะแยกกันไป ผักผ่อนตามที่พัก ที่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวได้จัดไว้ ส่วนเจ้าสาวจะยังไม่ได้เข้าไปในบ้านของเจ้าบ่าว โดยฝ่ายเจ้าบ่าวจะทำเพิงพัก ให้กับเจ้าสาว ที่พักของเจ้าสาวนั้นจะนิยมสร้างห่าง ากบ้านเจ้าบ่าวประมาณ 20 เมตร จนกว่าจะถึงฤกษ์ที่ได้กำหนดเอาไว้คือวันพรุ่ง
วันที่สอง

        เจ้าสาวจะต้องตื่นนอนแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวทำพิธีตามขั้นตอนแล้วเข้าบ้านเจ้าบ่าว การเข้ามาในบ้านนั้นจะต้องเข้าทางประตูใหญ่พอเสร็จพิธีกรรมอะไรแล้วก็มีการดื่มกินกันทั่วไป

วันที่สาม

        จะเป็นการกินเลี้ยงส่วนใหญ่จะ่ฉลองอย่างเดียวจะไม่ค่อยมีพิธีกรรมอะไรมาก นอกจากการบรรเลงตนตรี เป่าปี่ ตีกลองให้งานสนุกสนานรื่นเริง กลางคืนเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะออกมายกน้ำชาให้กับแขกที่มาร่วมงานก็เป็นอันว่าเสร็จพิธี

พิธีแต่งงานเล็ก (ชิ่งจาตอน)

          พิธีต่างๆจะเป็นการกินเลี้ยงฉลองอย่างเดียวไม่มีพิธีกรรมอะไรมากจะใช้เวลาทำพิธีเพียงวันเดียว เจ้าสาวไม่ต้องสวมที่คุมที่มีน้ำหนักมากและพิธีเล็กนี้ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย มาก จุดสำคัญของการแต่งงานของเมี่ยนคือ ตามที่เจ้าบ่าวตกลงสัญญาจ่ายค่าตัวเจ้าสาวกับพ่อแม่ของเจ้าสาวไว้เพื่อเป็นการทดแทนที่ได้เลี้ยงดูเจ้าสาวมาและฝ่าย เจ้าบ่าวจะต้องบอกวิญญาณบรรพบุรุษของตนเองยอมรับและช่วยคุ้มครองเจ้าสาวด้วยประการสุดท้ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
จะต้องดื่มเหล้าที่ทำพิธีแล้วร่วมแก้วเดียวกัน การ แต่งงานของเมี่ยนนั้นจะต้องทำตามประเพณีทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถันและเป็นไปในลักษณะที่ให้เกรียติซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย