นิทานปรัมปรา เรื่อง.. ฟามแปะ อิ่นต้อย

          ในมีตำนานที่เล่าขานกันมาอย่างเนิ่นนาน กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ไปศึกษาเล่าเรียนในสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานั้นได้ปลอมแปลงตัวเองเป็นผู้ชาย และเล่าเรียนจนจบ โดยที่เขาหลอกเพื่อนคนหนึ่งของเขาที่รักเขา และพยายามพิสูจน์เขาว่าเป็นผู้หญิง แต่แล้วก็ไม่สำเร็จ มีนักเรียนสองคนซึ่งเป็นเพื่อนที่รักกัน คนหนึ่งชื่อฟ่ามแปะ และอีกคนหนึ่งชื่ออิ่นต้อย ต่างก็เรียนที่เดียวกัน คบกันด้วยความสนิทสนมมาก อิ่นต้อยนั้นเป็นผู้หญิงที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย แต่ฟ่ามแปะนั้นเป็นผู้ชาย โดยที่เขานั้นไม่รู้เลยว่าเพื่อนของเขาเป็นผู้หญิง แม้แต่ว่าเพื่อนในห้องบอกเขาแต่เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

          เมื่อเขาถูกเพื่อน ๆ รบเร้ามากเข้า เขาจึงอยากพิสูจน์ว่าเพื่อนของเขาเป็นหญิงจริงหรือไม่ เขาจึงบอกกับให้อิ่นต่อยว่าลองฉี่ดูว่าใครไกลกว่ากัน อิ่นต่อยยอมให้เพื่อนของตนพิสูจน์ เพราะตนนั้นหลงรักฟ่ามแปะ จึงนำปากกาซึ่งมีรูแล้วฉี่ใส่ ปรากฎว่าอิ่นต่อยนั้นฉี่ได้ไกลกว่าฟามแปะเสียอีก แต่ฟ่ามแปะก็ยังไม่เชื่อ จึงขอให้พิสูจน์อีกว่าถ้าเพื่อนตนนั้นเป็นชายจริงตามธรรมชาติแล้ว หากผู้หญิงนอนใบบอนแล้วใบบอนจะเหี่ยวเร็ว ฟ่ามแปะจึงให้อิ่นต่อยลองนอนลงบนใบบอนบ้าง แต่อิ่นต้อยนั้นรู้อยู่ก่อนแล้วเขาจึงเตรียมใบบอนไว้หลายใบจึงเปลี่ยนบ่อย ๆ แล้วฟ่ามเปะมาดูอีกครั้งก็พบว่าใบบอนนั้นไม่เหี่ยวเลย จึงทำให้ฟ่ามแปะเชื่อสนิทเลยว่าเพื่อนของตนเป็นผู้ชายแน่นอน

          เวลาผ่านไปต่างก็เรียนจบแล้ว ต่างก็กลับบ้านของตน แต่ฟ่ามแปะนั้นไปส่งอิ่นต้อยกลับบ้าน แต่ต้องเดินทางไกลมากกว่าจะกลับถึงบ้าน ในขณะกลับบ้านนั้นอิ่นต่อยได้พูดคำเปรียบเทียบออกมา เมื่อพบนกคู่หนึ่งก็พูดว่า *ฟ่ามแปะ เรานั้นพูดก็เปรียบไปก็คล้ายนกคู่นั้นนะ* แต่ฟ่ามแปะนั้นไม่เข้าใจเลย ไม่ว่าอิ่นต้อยจะพูดอ้อมค้อมเปรียบเทียบอย่างไรก็ตาม ฟ่ามแปะก็ไม่เข้าใจ เมื่อฟ่ามแปะส่งอิ่นต้อยถึงบ้านแล้วฟ่ามแปะก็เดินทางกลับบ้านของตนเองต่อ เมื่อฟ่ามแปะกลับถึงบ้านแล้วเรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างทำมาหากินตามที่ตนชอบ

          เวลาผ่านไปนานเข้าฟ่ามแปะนั้นรู้สึกว่า อยากไปหาอิ่นต่อยเพื่อนของตน เพราะคิดถึงเพื่อนมาก ฟ่ามแปะก็เลยเดินทางไปหาเพื่อน เมื่อฟ่ามแปะไปถึงบ้านของอิ่นต้อยแล้ว เขาก็ไม่พบเพื่อนของเขาเห็นเพียงแต่หญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้น เขาจึงถามไปว่าเพื่อนที่ ชื่อ อิ่นต่อยนั้นไปไหนแล้ว หญิงสาวก็บอกว่าตนนี้แหละอิ่นต่อย แต่ฟ่ามแปะไม่เชื่อหญิงสาวนั้น ดังนั้นหญิงสาวคนนั้นก็เลยนำตำราเรียนที่เคยเรียนมาด้วยกันในสมัยก่อนมาให้ดู ฟ่ามแปะจึงเชื่อ เพราะเขายังจำลายมือของอิ่นต้อยได้ จึงเกิดหลงรักอิ่นต่อยขึ้นมาทันที เขาเลยเอ่ยปากบอกความในใจให้กับอิ่นต่อยรู้

          แต่ว่ามันสายไปแล้ว เพราะพ่อแม่ของอิ่นต้อยนั้นได้รับหมั้นให้กลับชายคนอื่นให้อิ่นต้อย และกำลังจะแต่งงานกันแล้ว จึงทำให้ฟ่ามแปะเกิดความเสียใจมากจึงขอลากลับทันที แต่ก่อนกลับนี้อิ่นต้อยได้เขียนจดหมายบอกความจริงว่า ก่อนนั้นตนรักและได้พูดคำเปรียบเทียบ แต่ว่าฟ่ามแปะนั้นไม่ยอมเข้าใจเอง

          เมื่อกลับถึงบ้านฟ่ามแปะนั้นกลืนจดหมายฉบับนั้นลงไป และก็สำลักตายด้วยความตรอมใจ แล้วญาติจึงนำศพของฟ่ามแปะไปฝังไว้ที่ขบวนของเจ้าสาวจะผ่าน เมื่อพิธีแต่งงานของอิ่นต้อยเสร็จสิ้นลง ถึงเวลาที่จะส่งตัวเจ้าสาวไปบ้านเจ้าบ่าว อิ่นต้อยจึงขอไปเยี่ยมศพของฟ่ามแปะ เมื่อไปถึงหน้าศพอิ่นต้อยคุกเขาลงแล้วได้กล่าวต่อที่ฝังศพของฟ่ามแปะว่า ฟ่ามแปะหากว่าเรามีบุญวาสนาต่อกันละก็ ขอให้เปิดโลงศพแล้วให้เขาเข้าไปด้วยคน เมื่ออิ่นต่อยพูดเสร็จก็เป็นจริงดั่งอย่างที่อิ่นต่อยพูด เมื่อหลุมฝังศพเปิด อิ่นต่อยจึงโดดเข้าไปในหลุมฝังศพของฟ่ามแปะแล้วก็หายไป และแล้วเจ้าบ่าวรอนานจึงไปตามดูเจ้าสาวของตน แต่เจ้าบ่าวก็ไม่พบเจ้าสาวของตนจึงนำเสียมมาขุดหลุมฝังศพแต่ก็ไม่พบอะไร เห็นเพียงแต่ผีเสื้อคู่หนึ่งที่บินขึ้นไปบนท้องฟ้าเท่านั้น