นิทานตำนาน เรื่อง.. พิธีของเมี่ยน
          อดีตกาลนั้นอิ้วเมี้ยนไม่มีพิธีบูชาเทพเจ้า และไม่มีพิธีการทำขวัญต่าง ๆ รวมทั้งการบวชด้วยก็ยังไม่มี แต่สมัยก่อนนั้น เยี่ยนฟิวเมี้ยน มีพิธีการต่าง ๆ มากมายเชื่อกันว่าอิ้วเมี้ยนนั้นไปขโมยมาจาก เยี่ยนฟิวเมี้ยนมาใช้ ในอดีตมีสถานศึกษาแห่งหนึ่ง มีปรมาจารย์ท่านหนึ่ง สอนอยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้ มีนักเรียนมากมาย และมีเยี่ยนฟิวเมี้ยนคนหนึ่งมาเรียนในสถานศึกษาแห่งนี้ด้วย เยี่ยนฟิวเมี้ยนนั้นพูดกันว่าเป็นวิญญาณชนิดหนึ่ง มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์มาก ปรมาจารย์ที่สอนในสถานศึกษารู้ว่าเยี่ยนฟิวเมี้ยนไม่ใช่มนุษย์แน่ แต่ก็ไม่ว่าอะไรเยี่ยนฟิวเมี้ยน เยี่ยนฟิวเมี้ยนเรียนหนังสือกับมนุษย์ธรรมดามาตลอด แต่นักเรียนนั้นชอบดูถูกเยี่ยนฟิวเมี้ยน บางครั้งก็ตีเยี่ยนฟิวเมี้ยน บ้างก็ทำให้เยี่ยนฟิวเมี้ยนไม่สบายใจ จนอยู่มาวันหนึ่งเยี่ยนฟิวเมี้ยนจึงพูดว่าเพื่อน ๆ ของเขาที่ชอบดูถูกเขาและชอบตีเขาว่า

          ถ้าเขากลับไปเขาจะเอาเหลงเชกของพ่อเขามา นักเรียนทั้งหมดก็จะพ่ายแพ้เขาหมด พวกนักเรียนรวมทั้งปรมาจารย์รู้สึกสงสัยว่าเหลงเชกนั้นคืออะไร และวันหนึ่งเขาจึงเอาเหลงเชกอันนั้นมาด้วย พวกนักเรียนทั้งหลายก็ยังมาชกต่อยเขาอีก เขาจึงบอกไปอีกว่าอย่ามาชกต่อยเขาอีก และถ้ามาชกต่อยเขาอีกละก็ เขาจะเอาเหลงเชกมาทำร้ายพวกนักเรียน ปรมาจารย์สอนหนังสือสงสัยและต้องการรู้ จึงสั่งให้นักเรียนให้ไปชกเขาอีก เมื่อนักเรียนไปชกเขาอีก เยี่ยนฟิวเมี้ยนจึงโกรธมาก จึงเอาเหลงเชกออกมาทำให้พวกนักเรียนมึนเมา และควบคุมสติไม่ได้ แล้วเขาก็พูดว่าเขาบอกแล้วว่าอย่ามาชกเขาอีก แล้วถ้านักเรียนมาชกเขาอีก เขาสามารถทำให้นักเรียนถึงแก่ความตายได้

          อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่เยี่ยนฟิวเมี้ยนกำลังหลับอยู่นั้น พวกนักเรียนจึงแอบไปดึงเหลงเชกของเยี่ยนฟิวเมี้ยนมา แล้วนำเอาไปนำดัดแปลงขึ้นมาให้คล้าย และเหมือนเหลงเชกของเยี่ยนฟิวเมี้ยนที่สุด วันหนึ่งพวกนักเรียนจึงอาเหลงเชกที่ลอกเรียนแบบมาจากของเยี่ยนฟิวเมี้ยนนั้น มาเรียนด้วยคนละอัน พวกเขามาเจอเยี่ยนฟิวเมี้ยน แล้วก็บอกกับเยี่ยนฟิวเมี้ยนว่าพวกเขาก็มีเหลงเชกเหมือนกัน เยี่ยนฟิวเมี้ยนรู้สึกสงสัย เพราะเหลงเชกของพวกเพื่อน ๆ นั้นมีรูปร่างคล้ายของตนมาก เยี่ยนฟิวเมี้ยนจึงทดสอบดู ปรากฏว่าเหลงเชกของเพื่อน ๆ ก็ทำให้เยี่ยนฟิวเมี้ยนมึนเมาเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงอย่างของตน เวลาผ่านไปหลายปีจนเยี่ยนฟิวเมี้ยนเรียนหนังสือจนจบ เยี่ยนฟิวเมี้ยนจึงออกจากโรงเรียน

          เมื่อเยี่ยนฟิวเมี้ยนนั้นออกไปจากโรงเรียน เยี่ยนฟิวเมี้ยนนั้นอาศัยอยู่อยู่บนต้นโพธิ์ เพื่อน ๆ ของเยี่ยนฟิวเมี้ยนที่เป็นมนุษย์นั้น ไปมาหาสู่กับเยี่ยนฟิวเมี้ยนเสมอ แต่พวกเขาไม่อยากให้เยี่ยนฟิวเมี้ยนอาศัยอยู่ต้นโพธิ์ ที่เยี่ยนฟิวเมี้ยนอยู่ไว้นั้น เพราะพวกเขากำลังต้องการทำไร่ตรงนั้นพอดี และพวกเขาก็ต้องการตัดต้นโพธิ์ต้นนั้นด้วย และแล้วพวกเขาจึงถามเยี่ยนฟิวเมี้ยนว่าไม่อยากเปลี่ยนที่อยู่บ้างหรือไง เยี่ยนฟิวเมี้ยนก็บอกพวกเขาว่า ก็อยากเปลี่ยนอยู่เหมือนกันแต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ ที่อยู่ปัจจุบันก็ดีพออยู่ได้ พวกเขารู้ว่าเยี่ยนฟิวเมี้ยนไม่ยอมเปลี่ยนที่อยู่แน่นอน แล้วจากนั้นพวกเขาแต่งตัวสวมด้วยชุดบวช แล้วก็ไปตัดกิ่งต้นโพธิ์มาหนึ่งกิ่ง แล้วพวกเขาก็กลับบ้านไปแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดา แล้วแกล้งมาพูดกับเยี่ยนฟิวเมี้ยนว่า บ้านท่านเป็นไรไปเหรอ เยี่ยนฟิวเมี้ยนบอกพวกเขาว่า เมื่อกี้มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งมีแรงมหาศาล มีเขาออกมา ทำลายที่อยู่ของตนไปเกือบครึ่งบ้านแล้ว แต่ก็ยังดีที่สัตว์ประหลาดตัวนั้นไม่ทำลายบ้านอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ ไม่งั้นตนคงอยู่ไม่ได้แน่นอน พอพวกเขาได้ยินจากปากของเยี่ยนฟิวเมี้ยนพูดอย่างนั้นจึงรู้ทันทีว่า ถ้าตัดกิ่งต้นโพธิ์ออกไปหมด พวกเยี่ยนฟิวเมี่ยนคงต้องย้ายที่อยู่แน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงไปเปลี่ยนชุดแล้วก็ไปตัดที่เหลือจนหมด แล้วพวกเขาก็กลับบ้านไปเปลี่ยนชุดธรรมดาอีกที แล้วแกล้งไปถามเยี่ยนฟิวเมี้ยนใหม่อีกที เมื่อพวกเขาไปถึงเยี่ยนฟิวเมี้ยนบอกพวกเขาว่า หลังจากที่พวกเขาจากไปไม่นานสัตว์ประหลาดก็มาทำลายบ้านของเขาอีก ทำให้เยี่ยนฟิวเมี้ยนไม่มีที่อยู่ และคงต้องไปหาที่อยู่ใหม่

ที่พวกเขาต้องทำลายบ้านของเยี่ยนฟิวเมี้ยนนั้นก็เพราะว่า คนในหมู่บ้านต้องเจ็บป่วยบ่อย ๆ และต้องเสียชีวิตมากมาย เป็นเพราะเยี่ยนฟิวเมี้ยนที่อยู่ในต้นโพธิ์นั้น ทำร้ายชาวบ้านเจ็บป่วยและเสียชีวิต พวกเขาจึงต้องทำลายที่อยู่ของเยี่ยนฟิวเมี้ยน เพื่อให้เยี่ยนฟิวเมี้ยนย้ายไปหาที่อยู่ใหม่ จะได้ไม่ให้ชาวบ้านเจ็บป่วยอีก แล้วเยี่ยนฟิวเมี้ยนก็บอกพวกเขาว่า เยี่ยนฟิวเมี้ยนจะย้ายที่อยู่แล้ว พวกเขาจึงถามเยี่ยนฟิวเมี้ยนว่า เจ้าจะย้ายไปที่แห่งใหม่แล้วจะย้ายไปทางไหนหรือ และท่านจะกลายร่างเป็นอะไรในเวลาเดินทาง เยี่ยนฟิวเมี้ยนจึงบอกพวกเขาว่า คงต้องแบ่งกันไปสองทางทั้งทางบก และทางอากาศ ทางบกจะกลายร่างเป็นกระรอก ทางอากาศจะกลายร่างเป็นนก เมื่อพวกเขารู้ว่าเยี่ยนฟิวเมี้ยนจะไปทางไหน และกลายเป็นอะไร พวกเขาจึงกลับบ้านไปทำกับดัก เพื่อให้เยี่ยนฟิวเมี้ยนไปติด แล้วเยี่ยนฟิวเมี้ยนก็พากันออกเดินทาง พอถึงที่กับดักเยี่ยนฟิวเมี้ยนที่กลายร่างเป็นนก ก็ติดกับดักของพวกเขา เยี่ยนฟิวเมี้ยนพวกที่กลายร่างเป็นกระรอกจึงออกไปช่วย แต่พอช่วยนกได้ กระรอกก็ติดกับดักอีก พอกระรอกติดกับดักนกก็ไม่สามารถช่วยกระรอกได้ จึงทำให้เยี่ยนฟิวเมี้ยนตายเป็นจำนวนมาก เมื่อพรรคพวกตายไปจำนวนมากเยี่ยนฟิวเมี้ยนก็เลยกลับมายังที่เดิม

          พอพวกเขารู้ว่าเยี่ยนฟิวเมี้ยนหนีกลับมาอีก พวกเขาจึงถามเยี่ยนฟิวเมี้ยนว่าการเดินทางเป็นอย่างไร ทำไมถึงกลับมา เยี่ยนฟิวเมี้ยนก็บอกพวกเขาว่าการเดินทางของเยี่ยนฟิวเมี้ยนนั้นไม่ปลอดภัย เยี่ยนฟิวเมี้ยนนั้นล้มตายไปจำนวนมาก พวกเขารู้ดังนั้นจึงแกล้งถามเยี่ยนฟิวเมี้ยนต่อว่า เมื่อเดินทางทางอากาศไม่ปลอดภัย แล้วครั้งต่อไปเยี่ยนฟิวเมี้ยนจะเดินทางไปทางไหนต่อ เยี่ยนฟิวเมี้ยนจึงตอบไปว่าคงเป็นเคราะห์กรรมที่ทำให้การเดินทางไม่ปลอดภัย ครั้งต่อไปคงต้องเดินทางไปทางน้ำ และคงต้องกลายร่างเป็นกบ เพราะสะดวกในการเดินทาง พอพวกเขารู้ว่าเยี่ยนฟิวเมี้ยนจะเดินทางน้ำ พวกเขาจึงเอากระทะใบใหญ่ไปต้มน้ำเดือด รอเยี่ยนฟิวเมี้ยนเดินทางผ่าน

          เมื่อถึงเวลาเดินทาง เยี่ยนฟิวเมี้ยนต่างก็กลายร่างเป็นกบ แล้วก็ขี่ใบไม้ลอยไปตามแม่น้ำ พอพวกเขาเห็นกบลอยมา พวกเขาจึงจับไปใส่กระทะ เยี่ยนฟิวเมี้ยยนซึ่งตามหลังมาเห็นพวกตนถูกฆ่าเต็มไปหมด เยี่ยนฟิวเมี้ยนรู้สึกโกรธมาก จึงแอบไปดูว่าใครกันแน่ที่แอบทำร้ายพวกตนเสียชีวิตมากมาย เยี่ยนฟิวเมี้ยนจึงไปเห็นพวกเขา ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของเยี่ยนฟิวเมี้ยนนั้นเอง พอเห็นดังนั้นเยี่ยนฟิวเมี้ยนก็ไล่ทำร้ายพวกเขาด้วยความโกรธอย่างมาก พวกเขาหนียังไงเยี่ยนฟิวเมี้ยนก็ยังไล่ตามพวกเขา จนพวกเขาต้องกลายร่างเป็นสัตว์ต่าง ๆ แต่เยี่ยนฟิวเมี้ยนก็ยังกลายร่างตามแล้วไล่ทำร้าย จนพวกเขาไม่รู้จะกลายร่างเป็นอะไรอีกพวกเขาจึงกลายร่างเป็นก้อนหิน เมื่อพวกเขากลายร่างเป็นก้อนหินแล้ว เยี่ยนฟิวเมี่ยนซึ่งก็ไล่ตามมาติด พอมาถึงก็ไม่เห็นพวกเขา

          เยี่ยนฟิวเมี้ยนโมโหมากแล้วก็บอกไปว่า ไม่วันใดวันหนึ่งตนต้องได้แก้แค้นแน่นอน หากว่าพวกเขายังไม่บวช (โต่ว ไซ) ก่อน
ดังนั้นหลังจากหนีกลับบ้านได้ พวกเขาจึงได้ทำพิธีโต่วไซ หลังจากที่พวกเขาได้ทำพิธีโต่วไซแล้ว เยี่ยนฟิวเมี้ยนก็ไม่สามารถทำร้ายพวกเขาอีก เมื่อโต่วไซแล้วเชื่อกันว่า จะมีทหารคอยคุ้มครองอยู่มากมาย ดังนั้นตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันคนเมี่ยนจึงมีพิธีบวชขั้นสูงสุด คือ.. การโต่วไซนั่นเอง และคนเมี่ยนเชื่อว่า จากการถูกทำร้ายของเยี่ยนฟิวเมี้ยนครั้งนั้น ทำให้เยี่ยนฟิวเมี้ยนมีคนเดียว คนเมี่ยนจึงเรียกเยี่ยนฟิวเมี้ยนโดดเดี่ยว เพราะต้องอยู่คนเดียวอย่างเดียวดายนั่นเอง