การดำรงชีวิตตามปกติของชาวเมี่ยน แล้วอาชีพที่จะเป็่นอาชีพหลัก คือ การประกอบอาชีพแบบไร่เลื่อนลอยเป็นส่วนใหญ่ ทั้งในอตีดและปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันนั้นอาจมีอาชีพหลากหลายเข้ามา เช่น การทำเครื่องเงิน เพราะชาวเมี่ยนนิยมเครื่องประดับที่ทำด้วยเงิน ในหมู่ชนชาวเมี่ยนมีช่างทำเครื่องประดับตามวัฒนธรรม และค่านิยมของชาวเมี่ยนเอง ซึ่งสภาพแวดล้อมทางสังคมอาจทำให้ชาวเมี่ยนเกิดอาชีพอื่น ๆ ขึ้นมา แต่อาชีพหลักของชาวเมี่ยน คือ การทำการเกษตร ชาวเมี่ยนนิยมปลูกพืชต่าง ๆ แค่พออยู่พอกินเท่านั้น ซึ่งถ้าเหลือค่อยนำไปเป็นการค้าต่อไป เมื่อได้ผลผลิตออกมาแล้ว ก็จะทำการเก็บรักษาเอาไว้เพื่อเก็บไว้กินในช่วงฤดูแล้ง การเพาะปลูกในระยะ 1 ปีแรกชาวเมี่ยนจะไม่นิยมเอาพืชไร่ออกไปขาย

การทำไร่
        การทำไร่นั้นแทบจะนับได้ว่าเป็นอาชีพหลักของเมี่ยนเลยก็ว่าได้ ในเวลา 1 ปีนั้นเมี่ยนจะทำไร่มากที่สุด เนื่องจากว่า เมี่ยนสามารถผลิตมาเก็บไว้ได้นาน เมี่ยนจะหมุนเวียนการทำไร่ไปในแต่ละปี เมื่อทำการปลูกพืชอย่างใดอย่างหนึ่งในพื้นที่ที่เตรียมมาแล้วนั้น ปีต่อไปจะไม่เอาพืชที่เคยปลูกมาแล้วมาปลูกซ้ำอีก โดยจะเอาพื้นที่นั้นไปปลูกพืชอย่างอื่นแทนไปก่อน เมี่ยนเชื่อว่าถ้าเอาพืชมาปลูกพื้นที่เดียวหลาย ๆ ครั้ง จะทำให้ดินนั้นไม่อุดมสมบูรณ์ เมี่ยนจะทำการหมุนเวียนอย่างนี้อยู่ประมาณ 2-3 ปี เมื่อดินเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว เมี่ยนก็จะย้ายไปหาที่ทำกินแห่งใหม่ ในช่วงเวลาที่เมี่ยนปลูกพืชหลัก อย่างเช่น ข้าวหรือข้าวโพดอยู่นั้น เมี่ยนก็จะทำการปลูกพืชบางอย่างเล็กน้อยที่เป็นอาหารหลักประจำวัน เช่น ผักกาด หอม ผักชี ฟักต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งการปลูกผักนั้นจะนิยมปลูกบริเวณรอยต่อระหว่างภูเขา เพราะเป็นที่ลุ่มและใกล้ร่องน้ำไหล ดินจะชุ่มชื้นและมีความอุดมสมบูรณ์มาก

วิธีการทำไร่
        เมี่ยนจะทำไร่ในแต่ละพื้นที่ไม่นานนัก เมื่อทำไร่ผ่านมาประมาณ 2-3 ปีสภาพดินเริ่มเสื่อมลงแล้ว เมี่ยนก็จะย้ายไปหาที่เพาะปลูกแห่งใหม่ การหาที่ทำการเพาะปลูกของเมี่ยนนั้น เมี่ยนจะใช้ทำเลในการเพาะปลูก โดยที่ไม่เป็นภูเขามากเกินไปและไม่ราบเกินไป หลังจากที่หาทำเลเสร็จแล้ว ก็จะทำการถางให้ราบ แล้วรอจนไม้แห้งแล้วจึงจะทำการเผา เมื่อเริ่มเข้าฤดูฝนเมี่ยนก็จะเริ่มทำการเพาะปลูกพืชต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ เมื่อปลูกพืชไปได้ระยะหนึ่งแล้วก็จะเริ่มมาถางหญ้า เวลาผ่านไปนานพืชเติมโตพอที่จะเก็บเกี่ยวแล้ว เมี่ยนก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวแล้วก็นำเก็บไว้ในกระท่อมเล็กที่เมี่ยนทำขึ้นมา และค่อยขนกลับบ้านทีละเล็กน้อย โดยอาจจะใช้ม้าหรือสัตว์ในแต่ละครัวเรือนที่เลี้ยงอยู่ช่วยขนกลับ
อุปสรรค์การทำไร่
        เนื่องจากในอดีตนั้นการขนส่งทางคมนาคมไม่สะดวก จึงทำให้เป็นปัญหาหลักของเมี่ยน เมี่ยนจึงนำสัตว์มาเป็นเครื่องมือในการขนส่งแทน แต่การใช้สัตว์ในการขนส่งนั้นยังเป็นปัญหาอยู่ดี สัตว์ไม่สามารถที่จะขนทีละมาก ๆ ได้ การปลูกพืชที่ห่างจากบ้านนั้นยังทำให้เป็นปัญหาอีกอย่าง เพราะพืชจะเสียหายเป็นอย่างมากด้วย เพราะว่ายังมีสัตว์ป่าที่ยังมาก่อความวุ่นวาย และสร้างความเสียหายให้กับผลผลิตตลอดเวลา แต่เมี่ยนก็แก้ปัญหาโดยการสร้างกระท่อมเล็ก ๆ ไว้ในที่ปลูกพืชไร่ แต่นั่นก็ช่วยได้ไม่มากเท่าไร่ผลผลิตก็ยังเสียหายบ้างอยู่ดี
การเลี้ยงสัตว์
        ในระหว่างที่ทำการเพาะปลูกอยู่นั้น เมี่ยนยังทำการเลี้ยงสัตว์ไปด้วย และอาจจะมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละครัวเรือน เมี่ยนมักจะเลี้ยงสัตว์จำพวก หมู ไก่ ม้า สุนัข ฯลฯ ชาวเมี่ยนนิยมเลี้ยงหมูกับไก่มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น เพราะนอกจากจะนำมาประกอบอาหารแล้ว ยังนำหมูกับไก่นี้มาเป็นเครื่องเซ่นไหว้ในพิธีกรรมต่าง ๆ ด้วย ส่วนการเลี้ยงดูนั้น แต่เดิมแล้วมีการเลี้ยงแบบปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ ให้อาหารเพียงช่วงเช้ากับช่วงเย็น แต่ปัจจุบันได้มีการเลี้ยงเป็นระเบียบมากขึ้นคือ ทำคอกหมูหรือเล้าไก่ เพื่อลดปัญหาสัตว์เลี้ยงที่คุ้ยเขี่ยพืชผักเสียหาย ส่วนม้านั้นจะเลี้ยงไว้ใช้แรงงานเพราะสมัยก่อนนั้น เมี่ยนนิยมใช้แรงงานม้าเป็นแรงงานในการขนส่ง สำหรับสุนัขนั้นเลี้ยงไว้เพื่อช่วยเฝ้าบ้าน และเอาเข้าป่าในยามที่ออกล่าสัตว์